
ตรุษจีนรับมือปีม้าหงอยเงินสะพัดน้อย-หยุดเที่ยว
ปีนี้เทศกาลตรุษจีนที่กำลังใกล้จะมาถึงตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค. บรรยากาศดูไม่คึกคักเท่าที่ควร ทั้งจากปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว และสถานการณ์การเมือง ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้สำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลตรุษจีน เพื่อใช้เป็นดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจต่อการจับจ่ายใช้สอยของคนไทยเชื้อสายจีน
ปีนี้เทศกาลตรุษจีนที่กำลังใกล้จะมาถึงตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค. บรรยากาศดูไม่คึกคักเท่าที่ควร ทั้งจากปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว และสถานการณ์การเมือง ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้สำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลตรุษจีน เพื่อใช้เป็นดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจต่อการจับจ่ายใช้สอยของคนไทยเชื้อสายจีน
ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การจัดทำผลสำรวจครั้งนี้ได้นำปัจจัยเรื่องการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาประเมินด้วย แม้ว่าจะประกาศในวันสุดท้ายของการจัดทำผลสำรวจก็ตาม โดยสอบถามเพิ่มเติมกับกลุ่มตัวอย่างบางส่วนในเขตกรุงเทพฯ
ภาพรวมเทศกาลตรุษจีนปีนี้คึกคักกว่าปีที่ผ่านมาเล็กน้อย เพราะแม้ประชาชนจะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้นจากเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว และยังมีปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมืองในหลายพื้นที่ แต่ทางปฏิบัติคนไทยเชื้อสายจีนยังให้ความสำคัญกับการรักษาธรรมเนียมประเพณีไหว้เจ้าไว้ เพียงแต่เลือกจับจ่ายใช้สอยตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ มูลค่าการใช้จ่ายช่วงตรุษจีนปีนี้ อยู่ที่ 4.7 หมื่นล้านบาท ขยายตัวเพียง 5.9% โดยเฉพาะการใช้จ่ายภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขยายตัว 4.4% เนื่องจากราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำ ข้าวขายไม่ได้ ทำให้มีภาระหนี้ ขณะที่กรุงเทพฯ การใช้จ่ายลดลงเช่นกันจากปัญหาการชุมนุม รวมถึงเศรษฐกิจไม่ดีทำให้คนชะลอการใช้จ่าย
เมื่อสอบถามถึงพฤติกรรมการใช้จ่าย พบว่า มีความระมัดระวังมากขึ้น ส่วนใหญ่ตั้งใจจะใช้เงินซื้อของไหว้เจ้าเป็นอันดับแรก เฉลี่ยมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 3,375 บาท รองลงมาเป็นการทำบุญ 1,791 บาท และการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 7,520 บาท
นอกจากนี้ เมื่อเทียบมูลค่าการใช้จ่ายช่วงตรุษจีนปี 2557 กับปี 2556 พบว่า การจ่ายแต๊ะเอียลดลง 44.3% การซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย (สำหรับคนอื่น) ลดลง 82.9% แต่การใช้จ่ายเพื่อซื้อของไหว้เจ้า การทำบุญ ยังเพิ่มขึ้น
สำหรับทัศนะเกี่ยวกับราคาสินค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ เทียบกับปีก่อนหน้า พบว่ามีราคาแพงขึ้นและแพงขึ้นมาก 85% สะท้อนถึงความเป็นห่วงต่อราคาสินค้าที่แพงขึ้น เมื่อถามถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น พบว่า 53% คิดว่าเพิ่ม ส่วน 33% คิดว่าลดลง
ด้านการวางแผนไปท่องเที่ยวช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งถือเป็นกิจกรรมสำคัญอย่างหนึ่งของคนไทยเชื้อสายจีน ส่วนใหญ่ตอบว่า ไม่ไปเที่ยว 79.8% ที่ตอบว่าไปเที่ยวมี 20.2% โดยกลุ่มที่ไปเที่ยวจะเดินทางไปเที่ยวในประเทศ 89.5% ส่วนไปต่างประเทศมี 10.5% เช่น จีน สิงคโปร์ ฮ่องกง เกาหลี ญี่ปุ่น และมาเลเซีย
นอกจากนี้ จากการสอบถามถึงทัศนะเกี่ยวกับสถานการณ์ทั่วไปว่า หากมีการปิดกรุงเทพฯ หรือมีการชุมนุมยืดเยื้อจนถึงวันตรุษจีน ท่านจะทำอย่างไรในวันดังกล่าว พบว่า จะไม่ออกจากบ้าน โดยทำกิจกรรมอยู่ที่บ้านแทน 38.5% ไปไหว้เจ้าสถานที่ต่างๆ เหมือนเดิม 32.3% ไม่แน่ใจ 19.1% เมื่อถามว่าปัจจุบันคิดว่าสถานการณ์ใดน่าเป็นห่วงที่สุด พบว่าอันดับแรก คือ การเมือง 55.7% รองลงมา ด้านเศรษฐกิจ 37.5%
สำหรับความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ปิดกรุงเทพฯ พบว่า ส่วนใหญ่ 5060% มีความเป็นห่วงมากและมากที่สุด ส่วนความเห็นต่อบรรยากาศของประเทศในปัจจุบัน พบว่า 60% เห็นว่ามืดมน สับสนแต่หาทางออกได้ อีก 38.4% เห็นว่ามืดมน สับสน หาทางออกไม่ได้
“การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังไม่มีผลต่อเทศกาลตรุษจีนโดยตรง เพราะส่วนใหญ่ประชาชนจะระวังการใช้จ่ายจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวก่อนหน้านี้อยู่แล้ว แต่ปีนี้คึกคักกว่าปีก่อนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อาจจะต่ำกว่าที่เคยคาดกันไว้” ธนวรรธน์ กล่าว







