
‘บี’มือซนต้องปรับราคาซื้อEIC3.50บ.
“บี เตชะอุบล” เผลอซื้อ EIC ก่อนทำเทนเดอร์ คาดขยายเวลาซื้อ ราคา 3.50 บาท
“บี เตชะอุบล” เผลอซื้อ EIC ก่อนทำเทนเดอร์ คาดขยายเวลาซื้อ ราคา 3.50 บาท
นายเสกสรรค์ ธโนปจัย กรรมการบริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ (APM) ในฐานะที่ปรึกษาการเงินในการจัดทำคำเสนอซื้อหุ้นบริษัท อุตสาหกรรม อีเล็คโทรนิคส์ (EIC) ของนายบี เตชะอุบล เปิดเผยว่า นายบีอยู่ระหว่างการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กรณี ก.ล.ต.ให้แก้ไขราคารับซื้อ EIC จากนักลงทุนทั่วไป (เทนเดอร์ออฟเฟอร์) ให้มีความทัดเทียมกัน หลังจากที่นายบีเข้าไปเก็บหุ้น EIC บนกระดานราคา 3.50 บาท ระหว่างการทำคำเสนอซื้อหุ้น
ที่ปรึกษาคาดว่า แนวทางการแก้ไขจะมี 2 แนวทาง คือ การขยายเวลาการรับซื้อหุ้น จากวันที่ 27 ม.ค.นี้ ออกไปอีก 20 วันทำการ และปรับราคารับซื้อเป็นราคาเดียวกับราคาที่นายบีซื้อบนกระดาน
นายเสกสรรค์ กล่าวว่า การพูดคุยกับนายบียินดีที่จะดำเนินการและแก้ไข เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามกฎเกณฑ์การทำเทนเดอร์ของสำนักงาน ก.ล.ต.
“คุณบีไม่ได้ตั้งใจแต่อาจจะเผลอไป หลังจากซื้อหุ้นได้ถามที่ปรึกษาถึงรู้ว่าทำไม่ได้ จึงขายหุ้นออกไปในวันเดียวกัน” นายเสกสรรค์ กล่าว
สำหรับหุ้น EIC ซึ่งตั้งโต๊ะรับซื้อครบ 20 วันทำการ ยังไม่มีนักลงทุนแสดงความจำนงเสนอขาย เนื่องจากราคาบนกระดานอยู่สูงกว่าราคาเสนอซื้อ อย่างไรก็ตาม หากนายบีปรับราคาเสนอซื้อจะต้องหาวงเงินในการซื้อเพิ่มขึ้น ภาระต้นทุนเพิ่ม รวมทั้งการขยายเวลารับซื้อ ทำให้ผู้ทำคำเสนอซื้อต้องปรับแผนการธุรกิจด้วย
นายธวัชชัย พิทยโสภณ ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ สำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวว่า ตามกฎการทำเทนเดอร์ ผู้ทำคำเสนอซื้อต้องไม่ไปเสนอซื้อหุ้นนอกเหนือการทำเทนเดอร์ให้มีลักษณะไม่เป็นไปตามเกณฑ์ระหว่างที่ทำคำเสนอซื้อนั้น ซึ่งกรณีของนายบีการปรับราคาเป็นวิธีการหนึ่งที่ทำได้ และตามเกณฑ์แล้วต้องยึดราคาที่ดีที่สุดให้ราคาเท่าเทียมกัน
“หากการทำเทนเดอร์มีผลบังคับใช้แล้ว ผู้ทำจะไปซื้อทางอื่นไม่ได้ ซึ่งคำเสนอซื้อมีผลใช้บังคับ 17 ธ.ค. และภายใน 3 วันนับจากวันมีผล ต้องเปิดรับซื้อ กรณีของนายบีที่เข้าไปซื้อบนกระดาน 18 ธ.ค.จึงอยู่ในเกณฑ์”
ทั้งนี้ ราคาที่ดีที่สุดอยู่ที่ 3.50 บาท ดังนั้น นายบีต้องปรับราคาเป็น 3.50 บาท
สำหรับหุ้น EIC ทำคำเสนอซื้อตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค. 2556 จำนวนเสนอซื้อ 194.59 ล้านหุ้น คิดเป็น 48.65% ของหุ้นจดทะเบียนชำระแล้ว
อย่างไรก็ตาม การปรับราคารับซื้อขึ้นเป็น 3.50 บาท จากราคาเดิม 1.25 บาท ส่งผลให้ราคาเสนอซื้อสูงขึ้น 2.25 บาท เท่ากับต้องเพิ่มเงินในการทำคำเสนอซื้อเป็น 851.30 ล้านบาท จากเดิม 243.23 ล้านบาท







