posttoday
คาดว่าจะมีการปรับตัวเลขเป้าหมายของ SET INDEX ลง!

คาดว่าจะมีการปรับตัวเลขเป้าหมายของ SET INDEX ลง!

24 มกราคม 2557

บ่อยครั้งผมมักจะนำเสนอเรื่อง “การคาดหวัง” สำหรับการมองอนาคตของราคาหุ้น แน่นอนที่สุดก็คือ เรามักจะซื้อหุ้นหรือขายหุ้นตามสิ่งที่เราคาดหวังนั้น เช่น เราคาดว่ากำไรจะออกมาดีก็ซื้อหุ้น เราคาดว่ากำไรจะลดลงก็ขายหุ้น แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราเห็นก็คือ บางครั้งการคาดหวังต่างๆ ที่เราคาดไว้ก็ไม่ถูกเสมอไป แต่ราคาหุ้นมักจะมีทิศทางตามสิ่งที่เราคาดหวังไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว ซึ่งการคาดหวังดังกล่าวจะมีแรงส่งในทิศทางขึ้นหรือลงมากหรือน้อยก็มาจากการตอบรับของราคาตลาดของหุ้นที่ตอบรับไปมากหรือน้อยก่อนหน้านี้

บ่อยครั้งผมมักจะนำเสนอเรื่อง “การคาดหวัง” สำหรับการมองอนาคตของราคาหุ้น แน่นอนที่สุดก็คือ เรามักจะซื้อหุ้นหรือขายหุ้นตามสิ่งที่เราคาดหวังนั้น เช่น เราคาดว่ากำไรจะออกมาดีก็ซื้อหุ้น เราคาดว่ากำไรจะลดลงก็ขายหุ้น แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราเห็นก็คือ บางครั้งการคาดหวังต่างๆ ที่เราคาดไว้ก็ไม่ถูกเสมอไป แต่ราคาหุ้นมักจะมีทิศทางตามสิ่งที่เราคาดหวังไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว ซึ่งการคาดหวังดังกล่าวจะมีแรงส่งในทิศทางขึ้นหรือลงมากหรือน้อยก็มาจากการตอบรับของราคาตลาดของหุ้นที่ตอบรับไปมากหรือน้อยก่อนหน้านี้

ซึ่งเมื่อวกกลับมาช่วงเวลาปัจจุบัน สิ่งที่เราเห็นก็คือ ราคาหุ้นในตลาดหุ้นค่อนข้างผันผวน แต่ประเด็นสิ่งที่ต้องดูก็คือ ณ จุดนี้ มีการกังวลปัจจัยเสี่ยงทางการเมือง และต้องตามว่าการคาดหวังของนักลงทุนมองปัจจัยเสี่ยงการเมืองไว้แค่ไหน เพราะการคาดหวังดังกล่าวจะสะท้อนกลับมาที่ราคาตลาดของหุ้น ยกตัวอย่างในช่วงต้นปี SET INDEX ได้ปรับตัวลดลงไปต่ำสุดที่ 1,205 จุด เหตุผลก็คือการวิตกกับสถานการณ์การเมือง

แต่อย่างไรก็ตาม ณ ช่วงเวลานั้น ราคาตลาดมีการตอบรับข่าวในเชิงลบมากเกินไป เพราะในต้นปีนักวิเคราะห์ยังคาดการณ์กำไรของบริษัทจดทะเบียนในปี 2557 ว่ามีการเติบโต 13-15% เมื่อเทียบกับปี 2556 แปลว่า ณ ราคาที่ปรับตัวลดลง ณ ขณะนั้น PE ของ SET INDEX เหลือเพียง 11 เท่ากว่าๆ แปลว่า ถูกเกินไป สิ่งที่ต้องมาดูเทียบกับราคาตลาดปัจจุบันกับผลกระทบในด้านต่างๆ ต่อเศรษฐกิจ เพราะการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินล่าสุด เชื่อว่ามุมมองต่อภาพรวมเศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ต้องขยายความนะครับ การมองเศรษฐกิจเป็นการมองอนาคตบางครั้ง กรณี “การคาดหวัง” เปลี่ยน การวางเป้าหมายก็จะเปลี่ยนเช่นกัน เพราะฉะนั้นกรณีมุมมองต่อภาวะเศรษฐกิจเปลี่ยนไป ก็น่าจะมีความเป็นไปได้ที่สำนักวิจัยต่างๆ จะเปลี่ยนมุมมองของกำไรจดทะเบียน ซึ่งน่าจะปรับลดลง แม้การถ่วงน้ำหนักของหุ้นบางกลุ่มมีผลไม่มากต่อความวุ่นวายในประเทศ เนื่องจากเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจโลก และล่าสุดตัวเลขก็ดีขึ้น

สำหรับการคาดการณ์เศรษฐกิจโลก แต่ผลกระทบที่แรงในแง่ของความเสี่ยงในประเทศที่เพิ่มขึ้น น่าจะส่งผลต่อการคาดการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียน ซึ่งก็หมายถึงว่าน่าจะมีการปรับตัวลดลง ลองคิดในเชิงเปรียบเทียบง่ายๆ ก็คือ GDP มีการปรับตัวลดลง จากเดิมคาดการณ์ไว้ที่ 45% มาเหลือ เพียง 23% คือ หายไปร่วม 40-50% โอกาสที่จะมีการปรับการคาดการณ์รายได้บริษัทจดทะเบียนลดลงมา 20-50% แล้วแต่สำนักวิจัยน่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ แปลว่า PE ของตลาดหุ้นไทยจะแพงขึ้น การปรับลดลงของเป้าหมาย SET INDEX น่าจะเกิดขึ้น ซึ่งก็หมายถึงตัวเลขเป้าหมายของ SET INDEX ในปีนี้ เชื่อว่าความคิดเห็นส่วนใหญ่เมื่อดูค่าเฉลี่ยแล้ว น่าจะอยู่เพียงตัวเลข 1,300-1,400 จุดเท่านั้นเอง !!!

ประเมินว่าเหตุผลดังกล่าวน่าจะกดดันทำให้ SET INDEX มีกรอบการวิ่งขึ้นที่จำกัด แม้การประเมินในเชิงของการวิเคราะห์ทางเทคนิคในระยะสั้น SET INDEX อาจจะสร้างจุดสูงสุดไว้ที่ 1,300 บวกลบ (ปัจจุบัน) หรือขึ้นไป 1,330 จุด แต่ก็คาดได้ว่าภาพโดยรวมน่าจะเริ่มใกล้จุดขายทำกำไรอีกครั้งหนึ่ง จึงน่าจะประเมินว่ารอบการขึ้นในช่วงสั้นที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปีน่าจะเริ่มสิ้นสุดลงในเร็วๆ นี้?

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ