posttoday
ส่อล้มจัดมินิโรดโชว์

ส่อล้มจัดมินิโรดโชว์

24 มกราคม 2557

พรก.ฉุกเฉินทำต่างชาติเดินทางยากสุญญากาศนานกดกำไรงวดไตรมาส1แน่

พรก.ฉุกเฉินทำต่างชาติเดินทางยากสุญญากาศนานกดกำไรงวดไตรมาส1แน่

ตลาดหลักทรัพย์ยกเลิกจัดมินิไทยแลนด์โฟกัส ต่างชาติเดินทางยาก หุ้นพุ่ง 17 จุด ลุ้นเลื่อนวันเลือกตั้ง

นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย และในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แผนการจัดโรดโชว์ มินิไทยแลนด์โฟกัส เชิญผู้ลงทุนต่างชาติมาพบกับบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทยปลายเดือน ม.ค.นี้ ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างดีบีเอสวิคเคอร์ส และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) นั้น คงจะเลื่อนออกไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด เพราะนักลงทุนต่างชาติต่างยกเลิกการเดินทางมาประเทศไทย

บล.ดีบีเอส มองว่า ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันยิ่งจำเป็นต้องจัดโรดโชว์ แต่คงจะพา บจ.ไปพบผู้ลงทุนยังต่างประเทศแทนการจัดโรดโชว์ในประเทศไทย และภาวะปัจจุบันนี้อาจต้องเลือกพา บจ.ขนาดใหญ่ไปพบผู้ลงทุน กระจายในทุกกลุ่มธุรกิจ เพราะมองว่าหากหุ้นฟื้นตัวกลับ หุ้นขนาดใหญ่จะเป็นกลุ่มแรกที่ฟื้นตัวก่อน รวมถึงหุ้นในกลุ่มส่งออก เพราะเริ่มรับผลดีจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว

สำหรับผลกระทบของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต่อตลาดหุ้นนั้น ได้ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยลดลง แต่ก็ยังคงอยู่ในระดับที่ดีอยู่ สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนไทยยังคงสนใจตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ตั้งแต่เดือน ส.ค. 2556 ตลาดหุ้นไทยประสบปัญหาเงินทุนต่างชาติไหลออกอย่างต่อเนื่อง จากประเด็นการชะลอเม็ดเงินมาตรการคิวอี รวมแล้ว 1.92 แสนล้านบาท ทำให้แรงขายของนักลงทุนต่างชาติในปัจจุบันนี้ลดลง ไม่พบว่ามีแรงขายจำนวนมากเหมือนกับช่วงปลายปี 2556 ดังนั้น ขณะนี้ต้องมองข้ามไปว่านักลงทุนต่างชาติจะกลับมาซื้อเมื่อไร มากกว่าว่าจะขายออกไปอีกเท่าใด โดยขึ้นอยู่กับจังหวะเวลา โดยเฉพาะเรื่องการขยายตัวเศรษฐกิจของประเทศ ว่าจะสามารถเติบโตภายใต้แรงกดดันทางการเมือง ซึ่งเชื่อมั่นว่าภาคธุรกิจไทยมีความเข้มแข็งพอที่จะปรับตัวรับกับสถานการณ์

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า ผลกระทบในเบื้องต้นของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้นักลงทุนต่างชาติที่วางแผนจะมาเยี่ยมชมกิจการในประเทศไทย ได้ยกเลิกการเดินทางมาประเทศไทย

นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.บัวหลวง ในฐานะที่ปรึกษาสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า วันแรกที่ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ประกาศใช้ พบว่านักลงทุนต่างชาติจะขายหุ้นไทยออกมา แต่กลับพบว่านักลงทุนสถาบันเป็นผู้ซื้อสุทธิ ซึ่งสมมติฐานได้ว่าเป็นแรงซื้อของกองทุนประเภททริกเกอร์ฟันด์และกองทุนที่ไม่ต้องการถือครองเงินสดจำนวนมาก

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า โดยปกติตลาดหลักทรัพย์จะไปโรดโชว์ต่างประเทศ 7 ครั้ง และในเดือน มี.ค.นี้ มีแผนจะไปโรดโชว์ที่สิงคโปร์และออสเตรเลีย ซึ่งจะใช้โอกาสนี้ในการทำความเข้าใจกับนักลงทุนต่างชาติ

ด้านดัชนีหุ้นไทยปรับตัวพุ่งขึ้นร้อนแรงสวนทางตลาดหุ้นเอเชียหลายแห่ง โดยในช่วงบ่าย ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ยื่นให้พิจารณาเรื่องวันเลือกตั้ง ซึ่งจะตัดสินในวันที่ 24 ม.ค. ส่งผลให้มีแรงซื้อหุ้นใหญ่กลับคืนอย่างรวดเร็ว เน้นหุ้นธนาคารพาณิชย์และพลังงาน ดันดัชนีทะยานขึ้นปิดที่ 1,308.34 จุด เพิ่มขึ้น 17.85 จุด หรือ 1.38% มูลค่าการซื้อขาย 36,853.76 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติพลิกมาซื้อสุทธิถึง 1,859 ล้านบาท

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีรธรรม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า หุ้นพุ่งขึ้นหลังศาลรับคำร้อง ทำให้ตลาดผ่อนคลายลง ซึ่งคาดว่าวันนี้ศาลจะมีการไต่สวนและมีคำสั่งออกมาเลย

“ต้องติดตามว่าคำสั่งจะออกมาอย่างไร เช่น หากให้เลื่อนวันเลือกตั้ง อำนาจอยู่ที่ใคร ถ้าเป็น กกต.ก็เลื่อนการเลือกตั้งออกไป แต่ถ้าเป็นรัฐบาล ก็เหมือนเดิม ซึ่งสุดท้ายยังไม่รู้ผลที่แน่นอน แต่การเลือกวันเลือกตั้งก็จะทำให้เกิดสุญญากาศนาน ซึ่งสุดท้ายก็จะกระทบกับเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียนงวดไตรมาสแรกแน่นอน” นายเทิดศักดิ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า