posttoday
แฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม ดิ้นสู้ยอดซบปรับแผน-เดินหน้าบุกเออีซี

แฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม ดิ้นสู้ยอดซบปรับแผน-เดินหน้าบุกเออีซี

24 มกราคม 2557

หลังจากเปิดดำเนินธุรกิจขายตรงรูปแบบไบนารี่มาครบ 15 ปี ในปี 2557 นี้ บริษัท แฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม ได้ประกาศแผนการรุกธุรกิจก้าวใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตอีกครั้ง หลังจากช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ยอมรับว่ารายได้อยู่ในภาวะชะงักงันและลดลง

หลังจากเปิดดำเนินธุรกิจขายตรงรูปแบบไบนารี่มาครบ 15 ปี ในปี 2557 นี้ บริษัท แฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม ได้ประกาศแผนการรุกธุรกิจก้าวใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตอีกครั้ง หลังจากช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ยอมรับว่ารายได้อยู่ในภาวะชะงักงันและลดลง

สุกิจ สัตย์เพริศพราย ประธานกรรมการ บริษัท แฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม เปิดเผยว่า จากการดำเนินธุรกิจขายตรงรูปแบบไบนารี่มาเกือบ 15 ปี ทำให้ธุรกิจมั่นคงระดับหนึ่ง แต่ก็ยอมรับว่าทำให้เกิดจุดอ่อนด้วยเช่นกันจากสภาพตลาดที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ยอดรายได้ของบริษัททรงตัวและเคยมียอดขายลดลงเหลือเพียง 200-300 ล้านบาท จากปกติ 400 ล้านบาท รวมทั้งเกิดปัญหาแม่ทีมไหลออกอยู่กับค่ายอื่น

ดังนั้น บริษัทจึงได้ปรับแผนการทำธุรกิจใหม่ โดยใช้ชื่อ M3 ซึ่งเป็นการผสมผสานกันของ Fast Start, Weak&Strong, Matching ทำให้สมาชิกได้ผลตอบแทนมากขึ้นตั้งแต่การแนะนำสมาชิก การสร้างยอดขาย และรายได้จากลูกทีม โดยเริ่มใช้แผนใหม่ตั้งแต่เดือน ก.ย. 2556 ที่ผ่านมา และพบว่าส่งผลให้มีอัตราการเติบโตต่อเดือนเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเดือนละ 20%

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อยอดขายของบริษัทในช่วงเดือน ธ.ค. 2556 และทำให้ยอดขายโดยรวมเติบโตเพียง 5% จากเดิมคาดว่าแผนใหม่จะช่วยให้เติบโตได้ถึง 10% ปิดยอดขายประมาณ 500 ล้านบาท และคาดว่าในสิ้นปี 2557 จะมียอดขายเพิ่มเป็น 600 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมงบลงทุนในปีนี้รวมกว่า 100 ล้านบาท แบ่งเป็นการเปิดสาขาในจังหวัดใหญ่และปริมณฑลประมาณ 10 สาขา จากปัจจุบันมี 6 สาขา การลงทุนทำตลาดสินค้าใหม่ และการขยายสาขาในรูปแบบศูนย์ธุรกิจที่จะให้แม่ทีมที่สนใจเข้ามาลงทุน เป็นต้น

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของบริษัทแบ่งออกเป็น 5 หมวดหลักด้วยกัน ได้แก่ 1.ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 2.ผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตร 3.ผลิตภัณฑ์บำรุงรักษารถยนต์ 4.ผลิตภัณฑ์เครื่องประดับ 5.ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสกินแคร์ โดยผลิตภัณฑ์ที่จะเป็นสินค้าเรือธงในปีนี้ และเป็นสินค้าที่สร้างยอดขายให้บริษัทได้มากที่สุดในปีที่ผ่านมาคือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเซอร์นิติน และ “ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมพืช ครองสัดส่วน 70% ของยอดขายทั้งหมด

ขณะเดียวกันบริษัทยังวางแผนจะเปิดตลาดในกัมพูชาและลาวในปี 2558 เพื่อเรียนรู้ตลาดต่างประเทศก่อนจะขยายไปยังทุกประเทศในอาเซียนภายในปี 2559 ตั้งเป้ารายได้จากตลาดต่างประเทศสาขาละ 20 ล้านบาทต่อปี

“ปัจจุบันบริษัทมีสมาชิกกว่า 7 แสนรหัสแต่แอ็กทีฟประมาณ 2 หมื่นรหัส ซึ่งหลังจากปรับแผนธุรกิจใหม่ คาดว่าจะเพิ่มนักธุรกิจแอ็กทีฟเป็น 3 หมื่นรหัส และสร้างยอดขายได้ไม่ต่ำกว่า 600 ล้านบาท” สุกิจ กล่าวปิดท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์