
การเมืองไร้เสถียรภาพเพิ่มอิสระ ธปท.
พรสวรรค์ นันทะ
พรสวรรค์ นันทะ
ในภาวะการเมืองไร้เสถียรภาพ รัฐบาลไม่มีอำนาจเบ็ดเสร็จบริหารประเทศ เพราะมีสถานะเป็นรัฐบาลรักษาการ ทำให้ความเชื่อมั่นของนักธุรกิจ รวมถึงแนวโน้มการบริโภคภาคเอกชน การลงทุนชะลอ เพิ่มแรงกดดันให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ขยายตัวลดน้อยลง ขนาดปีนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่าจีดีพีจะโตได้ประมาณ 3% กว่าๆ เท่านั้น จากเดิมที่คาดไว้ว่าจะโตถึง 4% ทำให้ช่วงนี้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กลายมาเป็นเสาค้ำยันเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจนักลงทุนไปโดยปริยาย
หากปัญหาการเมืองยังไม่มีทางออก เศรษฐกิจก็จะยังแย่ต่อไป ย่อมมีความเป็นไปได้สูงที่จะไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มได้ ภาระหนักจึงตกกลับมาอยู่ที่ ธปท. ผู้ดูแลนโยบายการเงิน กนง.ยิ่งจะถูกกดดันจากรัฐบาลรักษาการและภาคธุรกิจให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง เพื่อมาช่วยพยุงเศรษฐกิจหนักหน่วงยิ่งขึ้น
ทำให้ต้องจับตาดูอีกครั้งว่าฝ่ายการเมืองจะเข้ามาล้วงลูก ธปท. กดดันการทำงานตั้งหน้าตั้งตาจะให้ลดดอกเบี้ยเหมือนช่วงเดือน มี.ค.เม.ย. 2556 หรือไม่
นับว่าเป็นช่วงเวลาที่ดี ที่ในยามนี้ถึงเวลาที่ ธปท.ต้องร่วมกับกระทรวงการคลังกำหนดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อร่วมกัน เพื่อใช้เป็นเป้าหมายในการรักษาเสถียรภาพด้านราคา ให้เศรษฐกิจขยายตัวได้อย่างเข้มแข็ง
ที่ว่าโชคดีก็เพราะขณะนี้รัฐบาลมีสถานะแค่เป็นรัฐบาลรักษาการเท่านั้น การจะเข้ามาจุ้นจ้านสั่งการข้าราชการก็จะไม่เข้มข้นเท่าเป็นรัฐบาลเต็มตัว
ฉะนั้น การกำหนดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้ออยู่ในภาวะสุญญากาศ ธปท.ในฐานะผู้ปฏิบัติทำได้เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า คือ นำกรอบเป้าหมายเก่าที่ 0.53% มาใช้ไปก่อน ผลที่ตามมาคือ การกำหนดนโยบายอัตราดอกเบี้ยอาจจะไร้ทิศทาง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่มีแนวโน้มชะลอตัวจากผลกระทบทางการเมืองรุนแรงขึ้น
อย่างไรก็ดี หากปัญหาการชุมนุมทางการเมืองยังยืดเยื้ออาจจะส่งผลกระทบต่อการสรรหา กนง.ชุดใหม่ที่จะครบวาระในเดือน ต.ค.นี้ ที่ตามระเบียบ ธปท.จะต้องสรรหาล่วงหน้าก่อนประมาณ 2 เดือนก่อนครบวาระ ซึ่งหากการเมืองยังไร้เสถียรภาพในการบริหาร จะทำให้การสรรหาบุคคลที่จะมานั่งเป็น กนง. เรียกได้ว่าจะถูกกำหนดโดยคน ธปท.โดยปราศจากการแทรกแซง ทำให้ ธปท.มีความเป็นอิสระอย่างมากในการกำหนดนโยบายการเงินหรือกุมทิศทางดอกเบี้ยได้อย่างเบ็ดเสร็จ
แต่ถ้ารัฐบาลชุดเดิมชนะการเลือกตั้ง และเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วและมีเสถียรภาพ สถานการณ์จะพลิกกลับ โอกาสที่ ธปท.จะถูกการเมืองแทรกแซงมีมากขึ้น เพราะรัฐบาลจำเป็นต้องใช้กลไกดอกเบี้ยในการฟื้นฟูเศรษฐกิจจากความเสียหายอันเนื่องมาจากผลกระทบทางการเมือง เพื่อดึงความเชื่อมั่นในการลงทุน และกระตุ้นการบริโภคของประชาชน รวมถึงการลงทุนภาครัฐที่ต้องการดอกเบี้ยที่ต่ำลง
ทั้งนี้ ในเดือน ต.ค.ปีนี้ กนง.ผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก 4 คนจะครบวาระ คือ ศิริ การเจริญดี อาคม เติมพิทยาไพสิฐ ที่มาดำรงตำแหน่งตามวาระที่เหลืออยู่ของ อำพน กิตติอำพน ที่ลาออกไปบอร์ด ธปท. ซึ่ง 2 คนนี้ต่อวาระครบ 2 เทอมต่อไม่ได้แล้ว เพราะกฎหมายกำหนดให้ต่อได้ไม่เกิน 2 วาระ ส่วน อัศวิน คงสิริ และณรงค์ชัย อัครเศรณี ยังมีลุ้นต่อได้อีกวาระรุ่ง มัลลิกะมาส โฆษก ธปท. กล่าวว่า ถึงจะมีการเปลี่ยนแปลงกนง.ในปีนี้ ก็ไม่น่าจะกระทบต่อเสถียรภาพการเงินและความต่อเนื่องของการดำเนินนโยบายแน่นอน แม้จะอยู่ในช่วงสถานการณ์ชุมนุมทางการเมือง
เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ควรจับตาดูอย่างยิ่งว่าจะมีปาฏิหาริย์ใดช่วยให้เสาหลักเศรษฐกิจอย่าง ธปท.พ้นจากการถูกการเมืองแทรกแซง







