
กู้ข้าวพ่นพิษ
น่าเห็นใจ รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดคลัง หลังจากออกความเห็นการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และการกู้เงินจ่ายโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โยนให้การกู้เงินเป็นเรื่องของรัฐบาล ก็โดนผู้ใหญ่ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) โทรมาตำหนิเป็นการใหญ่ว่า “ทำไมไปบอกว่ากู้เงินไม่ได้ จะผิดกฎหมาย ทำร้ายจิตใจรัฐบาลเช่นนั้น”
น่าเห็นใจ รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดคลัง หลังจากออกความเห็นการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และการกู้เงินจ่ายโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โยนให้การกู้เงินเป็นเรื่องของรัฐบาล ก็โดนผู้ใหญ่ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) โทรมาตำหนิเป็นการใหญ่ว่า “ทำไมไปบอกว่ากู้เงินไม่ได้ จะผิดกฎหมาย ทำร้ายจิตใจรัฐบาลเช่นนั้น”
ซึ่งว่าไปแล้ว ปลัดคลังก็ยังไม่ได้บอกอะไรที่ฟันธงปิดประตูว่ากู้ไม่ได้ เพียงแต่บอกว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดวิธีการกู้เงิน หากรัฐบาลจะให้คลังดำเนินการกู้ ก็จะต้องให้เจ้าหน้าที่พิจารณาให้ถูกต้องเท่านั้น
แต่ไม่รู้ไปแทงใจดำรัฐบาลตรงไหน ถึงไปตีความการให้ความเห็นของปลัดคลัง ว่ากระทรวงการคลังจะไม่กู้เงินไปจ่ายค่าจำนำข้าวที่รัฐบาลค้างจ่ายชาวนาอยู่กว่า 1 แสนล้านบาท จนชาวนายกทัพออกมากดดันรัฐบาลให้เป๋ไปมาไม่แพ้ม็อบ กปปส.ของกำนันสุเทพ
ว่ากันตามเนื้อผ้าการกู้เงินเพิ่ม 1.3 แสนล้านบาท เพื่อไปจ่ายจำนำข้าวไม่ใช่เรื่องกล้วยๆ รัฐบาลก็รู้อยู่เต็มอกว่าผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ จนต้องขอความไม่เห็นชอบจาก กกต. แต่ กกต.ปัดเผือกร้อนกลับมาให้รัฐบาล เรียนผูกก็เรียนแก้เอาเอง
ขนาดปลัดคลังยังไม่กล้า รัฐมนตรีคนไหนจะกล้าล่ะ จนต้องทำเรื่องไปถามกฤษฎีกาให้ตีความอีกครั้งว่ากู้ได้หรือไม่ ทั้งหมดก็เห็นอยู่ว่ามันเสี่ยง
เหมือนวิ่งเข้ากองไฟเผาตัวเอง
ดังนั้น การที่ข้าราชการให้ความเห็นว่า ต้องพิจารณาว่าการดำเนินการกู้อีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือ น่าจะเป็นผลดีกับรัฐบาลที่ช่วยกลั่นกรองอีกชั้นหนึ่งไม่ให้เกิดความผิดพลาดจนเรื่องถึงโรงถึงศาล จนมีนักการเมืองและข้าราชการต้องโทษจำคุกเหมือนบางกรณีที่เกิดขึ้นในอดีต
เมื่อเป็นเช่นนี้ รัฐบาลไม่ควรลนลานเล่นงานข้าราชการที่เห็นต่างเป็นการทำให้รัฐบาลเสียหน้าทุกครั้งไป แต่ความเห็นต่างอาจจะเป็นการช่วยรัฐบาลให้รอดพ้นจากวิกฤตหายนะก็ได้
เรื่องแค่นี้จะโทรมาว่าเจ้าหน้าที่ให้เสียกำลังใจไปทำไมกัน







