posttoday
แอสเซทพลัสเปิดกองSET50ฟิวเจอร์ส

แอสเซทพลัสเปิดกองSET50ฟิวเจอร์ส

09 พฤษภาคม 2553

บลจ.แอสเซทพลัส เปิดตัวกองทุนใหม่ ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงดัชนี SET 50 เน้นบริหารกองทุนแบบ Passive มองการเมืองคลี่คลายเห็นดัชนี 810-820 จุด

บลจ.แอสเซทพลัส เปิดตัวกองทุนใหม่ ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงดัชนี SET 50 เน้นบริหารกองทุนแบบ Passive มองการเมืองคลี่คลายเห็นดัชนี 810-820 จุด

นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ รองกรรมการผู้จัดการ และหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส  กล่าวว่า บลจ.แอสเซท พลัส อยู่ระหว่างการเสนอขาย กองทุนเปิดแอสเซทพลัส SET 50 ฟิวเจอร์ส (ASP-SET50FUTURES) ซึ่งเป็นกองทุนหุ้น แบบ Passive ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับการปรับตัวของดัชนี SET50 โดยกองทุนลงทุนใน SET50 Futures ซึ่งเป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงดัชนี SET 50  ที่จะหมดอายุในเดือนที่ใกล้ที่สุด

กองทุนดังกล่าวเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการทางเลือกการลงทุนในกองทุนหุ้น ที่มีการบริหารกองทุนแบบ Passive เพื่อให้ได้ผลตอบแทนตามการปรับตัวของตลาดหลักทรัพย์ และให้สภาพคล่องสูง โดยกองทุนเปิดขายตั้งแต่วันนี้ – 13 พ.ค.

“โดยทางสถิติการปรับตัวของสัญญาฟิวเจอร์สที่จะหมดอายุในเดือนใกล้ที่สุดจะมีความใกล้เคียงกับการปรับตัวของดัชนี SET50 สะท้อนจากค่าความสัมพันธ์ของ SET50 ฟิวเจอร์ส และ SET50 Index อยู่ในระดับสูง เฉลี่ยที่ระดับ 0.95 ซึ่งถือว่าสามารถ Track การปรับตัวของดัชนีได้ดี และสามารถช่วยให้กองทุนลดค่าใช้จ่ายในการซื้อขายหลักทรัพย์จากการเข้าไปลงทุนในหุ้นทั้ง 50 ตัวโดยตรง จึงเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุนไปใน SET50 Index"นายวิน กล่าว

ทั้งนี้ ในด้านผู้ลงทุน กองทุน ASP-SET50 FUTURES เป็นช่องทางการลงทุนในดัชนี SET50 ที่ใช้เงินลงทุนต่ำ เพียง 5,000 บาท ซึ่งเมื่อรวมกับค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุนในช่วง IPO ในอัตรา 0.25% อยู่ที่ระดับ 5,012.50 บาท ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับการลงทุนใน SET 50 Index Futures โดยตรงที่ต้องมีการวางหลักประกันขั้นต้น ซึ่งผู้ลงทุนจะต้องมีเงินลงทุนอย่างต่ำประมาณ 50,000 บาท และยังมีภาระในการคอยติดตามมูลค่าของหลักประกันและวางหลักประกันเพิ่มจากการ Mark to the Market ในแต่ละวัน

ขณะเดียวกัน หากเปรียบเทียบกับการลงทุนในกองทุนดัชนี SET50 ทั่วไป กองทุน ASP-SET50FUTURES มีจุดเด่นในด้านสภาพคล่องสูง ที่สามารถซื้อ-ขายได้ทุกวันทำการ และผู้ลงทุนสามารถรับเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนได้ในวันทำการถัดไป (T+1) ซึ่งกองทุนตราสารทุนโดยทั่วไป จะได้รับเงินค่าขายคืนภายใน 3 วันทำการ (T+3)

นายวิน กล่าวว่า  จากปัจจัยการเมืองที่คลี่คลาย เมื่อนายกรัฐมนตรี ได้เสนอนโยบายโรดแมป 5 ประการ ส่งผลดีต่อดัชนีตลาดหลักทรัพย์ในสัปดาห์นี้ ซึ่งส่งผลดีต่อกองทุน ASP-SMART Series ที่บริหารกองทุนแบบ Active เน้นการคัดเลือกหุ้นรายตัว และการจับจังหวะลงทุน โดยเฉพาะ กองทุนเปิดแอสเซทพลัสสมาร์ท 3 (ASP-SMART3) สามารถรับซื้อคืนหน่วยลงทุนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนได้อีก 0.50 บาท ต่อหน่วยลงทุน เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ที่ผ่านมา 

ทั้งนี้ กองทุน ASP-SMART3 มีผลการดำเนินงานนับตั้งแต่ต้นปี ณ วันที่ 6 พ.ค. 53 อยู่ที่ 11.48% ขณะที่ผลตอบแทนของ SET Index อยู่ที่ 6.90%

สำหรับภาพรวมแนวโน้มการลงทุน นายวินเห็นว่า หากทาง นปช. ยินยอมยกเลิกการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ เพื่อรอการเลือกตั้งใหม่ในเดือนพ.ย.นี้ น่าจะทำให้ความเชื่อมั่นด้านการลงทุนกลับมาอีกครั้ง และจะส่งผลให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติกลับเข้ามาลงทุนอีก และทำให้ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีก เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานของประเทศยังคงดีอยู่ ทั้งนี้อัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในไตรมาส 1/53 อยู่ที่ประมาณ 9% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูง และจากตัวเลขผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 1/53 ที่ผ่านมาปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มสถาบันการเงิน อสังหาริมทรัพย์ และสินค้าเกษตรและอาหาร  ประกอบกับปัจจัยภายนอกในส่วนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และ ยุโรป ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน เป็นปัจจัยหนุนให้กับตลาดหุ้นไทย

“โดยในช่วงที่ปัญหาทางการเมืองคลี่คลายนี้ มองว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์น่าจะสามารถเคลื่อนไหวอยู่ในระดับ 810-820 จุด ส่วนในช่วงถัดไปหลังจากมีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งน่าจะส่งผล ให้การเมืองไทยมีเสถียรภาพมากขึ้น และหากไม่มีปัจจัยภายนอกประเทศมากระทบ บลจ.แอสเซท พลัส คาดว่า ตลาดหุ้นในปีนี้น่าจะปรับขึ้นได้ถึงระดับ 850 จุด สำหรับนักลงทุนที่สนใจลงทุนในหุ้นสามารถเข้าลงทุนในช่วงนี้ได้ โดยมองว่าตลาดน่าจะเคลื่อนไหวที่ระดับ 750-820 จุด” นายวินกล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท