
ออร์เดอร์รองเท้าร่วง20%
สหรัฐยุโรปเผ่นหวั่นไทยผลิตไม่ทันทางรอดเอสเอ็มอีต้องสร้างแบรนด์
สหรัฐยุโรปเผ่นหวั่นไทยผลิตไม่ทันทางรอดเอสเอ็มอีต้องสร้างแบรนด์
ม็อบฉุดคำสั่งซื้อรองเท้าร่วง 20% จากสหรัฐ ยุโรป กระเทือนเอสเอ็มอี แนะทางรอดเร่งสร้างแบรนด์
นายชนินทร์ จิตต์โกมุท นายกสมาคมรองเท้าไทย เปิดเผยว่า ปัญหาการชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศ ส่งผลกระทบให้ลูกค้าต่างชาติไม่มีความเชื่อมั่นกับสถานการณ์ในประเทศไทย และห่วงว่าจะไม่สามารถผลิตสินค้าได้ตามปกติ จึงหันไปสั่งผลิตสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านของไทยแทน ทำให้ยอดคำสั่งซื้อสินค้าจากลูกค้าต่างประเทศลดลงประมาณ 10-20% โดยเฉพาะคำสั่งซื้อจากประเทศสหรัฐ และกลุ่มประเทศในยุโรป
ทั้งนี้ จากปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตรองเท้าไทยมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการก็ได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตสินค้าสูงขึ้น และค่าแรงไทยสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้น จึงอยากให้เอสเอ็มอีต้องปรับตัวด้วยการมุ่งสร้างแบรนด์ของตัวเอง ผลิตสินค้าคุณภาพสูง และลดการรับจ้างผลิตสินค้า (โออีเอ็ม) ให้แก่แบรนด์ต่างประเทศ
สำหรับผู้ประกอบการที่ผลิตรองเท้าในประเทศไทยมีจำนวน 3,000-4,000 ราย และเป็นสมาชิกของสมาคมรองเท้าประมาณ 200 ราย โดยเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ประมาณ 12 บริษัทเท่านั้น ขณะเดียวกัน ต้องการให้เอสเอ็มอีขยายการลงทุนไปในประเทศเพื่อนบ้าน กลุ่มอาเซียน เพราะมีต้นทุนค่าแรงที่ต่ำกว่าไทยมาก โดยเฉพาะประเทศกัมพูชา มีต้นทุนค่าแรงต่ำกว่าไทยถึง 56 เท่า และในระยะยาวต้นทุนค่าแรงในประเทศไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ควรจะขยายตลาดส่งออกใหม่ โดยเฉพาะตลาดเอเชียใต้ ที่มีขนาดใหญ่และเป็นตลาดเติบโตดี รวมถึงรุกตลาดในอาเซียนเพิ่มขึ้น ซึ่งต้องการสินค้ารองเท้าสูงมาก รวมทั้งมีรูปแบบความต้องการ รสนิยมซื้อรองเท้าที่ใกล้เคียงกับไทย ขณะเดียวกันผู้ผลิตรองเท้าไทย ก็ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศเรื่องคุณภาพการผลิตสินค้าอยู่ในระดับสูง
ทางด้านภาพรวมการส่งออกรองเท้าไทยในปี 2557 คาดว่าจะเติบโต 3-4% มีมูลค่าประมาณ 800 ล้านเหรียญสหรัฐ ถือว่าเติบโตระดับต่ำต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว เป็นผลมาจากผู้ผลิตรองเท้าไทยเริ่มย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มมากขึ้น และคำสั่งผลิตรองเท้าในประเทศจากคู่ค้าในต่างประเทศที่ลดลง โดยตลาดส่งออกหลักของไทย ได้แก่ ประเทศสหรัฐ และกลุ่มประเทศในยุโรป แต่ทั้งนี้ หากไม่มีปัจจัยลบการเมืองในประเทศ ก็อาจทำให้การส่งออกรองเท้าไทย ในปีนี้เติบโตกว่า 8%
อย่างไรก็ตาม ตลาดในประเทศไทยพบว่า กำลังซื้อยังขยายตัวดีอยู่ เพราะมีสินค้ารองเท้าราคาถูกจากประเทศจีนเข้ามาเจาะตลาดในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีราคาถูกกว่าไทยหลายเท่า แต่มีปัญหาคุณภาพการผลิตสินค้าที่อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าไทย







