posttoday
Biz Monitor

Biz Monitor

23 มกราคม 2557

ซัพพลายคอนโดเช่า 2-3 ห้องนอนมีจำกัด

ซัพพลายคอนโดเช่า 2-3 ห้องนอนมีจำกัด

ฝ่ายวิจัยบริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) ได้วิเคราะห์ตลาดเช่าคอนโดมิเนียมในย่านที่อยู่อาศัยที่ชาวต่างชาตินิยมเช่า 3 อันดับแรก ได้แก่ ย่านสุขุมวิท สีลมสาทร และลุมพินี โดยพบว่ายูนิตที่ได้รับความนิยมสูงสุด คือ ขนาด 2 ห้องนอน อันดับสอง คือ 3 ห้องนอน และสุดท้าย 1 ห้องนอน ส่วนย่านที่ได้รับความนิยมสูงสุด คือ ย่านสุขุมวิทระหว่างซอย 163 หรือนานาถึงเอกมัย โดยพบว่ามีอัตราผลตอบแทนสูงถึง 6.1% ต่อปี อย่างไรก็ตาม ขนาด 1 ห้องนอน แม้จะได้รับความนิยมน้อยที่สุด แต่กลับได้ผลตอบแทนจากการเช่าขั้นต้นสูงสุดถึง 6.4% ต่อปี อันดับสอง คือ ขนาด 2 ห้องนอน โดยได้รับผลตอบแทนจากการเช่า 5.5% ต่อปี และขนาด 3 ห้องนอน ที่ 4.1% ต่อปี อย่างไรก็ตาม อัตราการเช่าในกรุงเทพฯ สำหรับห้องขนาด 1 ห้องนอน มีแนวโน้มที่ลดลง เนื่องจากมีซัพพลายใหม่ค่อนข้างมาก ขณะที่ยูนิตขนาด 2 และ 3 ห้องนอน ที่สร้างเสร็จใหม่มีจำนวนน้อยมาก ซึ่งชาวต่างชาติต้องการเช่ายูนิตทั้งสองขนาดนี้ ดังนั้นการลงทุนซื้อคอนโดมิเนียม 2 และ 3 ห้องนอน ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่า 1 ห้องนอน แม้ราคาต่อยูนิตจะสูงกว่าก็ตาม โดยผู้ซื้อคอนโดที่ต้องการปล่อยเช่า ควรศึกษาซัพพลายและดีมานด์ให้ดี

การเมืองไม่กระทบธุรกิจที่ปรึกษา

นายวศิน อรดีดลเชษฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออคิด สลิงชอท บริษัทที่ปรึกษาและให้บริการด้านพัฒนาภาวะผู้นำและพัฒนาองค์กร เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดด้านการพัฒนาองค์กรและพัฒนาบุคลากรไทยในปี 2557 ยังมีความต้องการจากองค์กรและภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เนื่องจากภาวะการเป็นผู้นำนั้น มีความจำเป็นต่อองค์กรในด้านการแข่งขันเพื่อเตรียมการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดด้านการพัฒนาองค์กรและพัฒนาบุคลากรไทยจะได้รับผลกระทบบ้างในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา จากปัญหาการชุมนุมทางการเมือง ส่งผลให้องค์กรขนาดใหญ่ได้ยกเลิกหรือเลื่อนการจัดการอบรมเป็นจำนวนหนึ่ง แต่ก็พบว่าองค์กรในธุรกิจขนาดกลางมูลค่าระดับ 100200 ล้านบาท เริ่มสนใจในการพัฒนาบุคลากรของตนเอง เพื่อการแข่งขันทางธุรกิจมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ตลาดด้านการพัฒนาองค์กรและพัฒนาบุคลากรในไทยที่มีมูลค่า 1,300 ล้านบาท มีอัตราเติบโตเฉลี่ย 10% ในปีนี้

อากะ ปรับโฉมธุรกิจร้านอาหาร

นายชิตพล วิวัฒนาเกษม กรรมการผู้จัดการกลุ่มแบรนด์อากะ บริษัท เซ็นเรสเตอร์รองโฮลดิ้ง ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารปิ้งย่างอากะ เปิดเผยว่า แผนธุรกิจปีนี้บริษัทรุกตลาดหนักในรอบ 7 ปี นับตั้งแต่เปิดดำเนินธุรกิจ เพื่อรองรับกับพฤติกรรมผู้บริโภค ยกระดับการกินร้านอาหารนอกบ้านจากตลาดระดับแมสมาสู่พรีเมียมแมส โดยหันมาให้ความสำคัญกับเมนูอาลาคาร์ท หรือการสั่งอาหารเฉพาะอย่างเพิ่มจาก 40% เป็น 80% บุฟเฟ่ต์จาก 60% เหลือเป็น 20% และภายใน 1 ปี จะเลิกบริการอาหารบุฟเฟ่ต์ เนื่องจากเป็นตลาดที่แข่งขันราคาอย่างรุนแรง และไม่สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภค ต้องการประสบการณ์การกินแปลกใหม่มากกว่า โดยใช้งบลงทุนปีนี้ 100 ล้านบาท ปรับปรุงสาขาเดิมที่มีอยู่ 12 สาขา สำหรับภาพรวมร้านอาหารสไตล์ปิ้งย่างปีนี้ มีอัตราการเติบโต 20% หรือมีมูลค่า 5,000 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาเติบโต 30% มีมูลค่า 4,200 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ