
กนง.มีมติคงดอกเบี้ยนโยบาย 2.25%
กนง.มีมติ 4 ต่อ 3 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.25% ชี้นโยบายการเงินยังสนับสนุนเศรษฐกิจในช่วงนี้ได้ แต่คาดเศรษฐกิจปีนี้อาจโตต่ำกว่าที่ประเมินไว้
กนง.มีมติ 4 ต่อ 3 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.25% ชี้นโยบายการเงินยังสนับสนุนเศรษฐกิจในช่วงนี้ได้ แต่คาดเศรษฐกิจปีนี้อาจโตต่ำกว่าที่ประเมินไว้
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงผลการประชุม กนง. วันนี้ (22 ม.ค.) ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อรวมถึงแนวโน้มในระยะต่อไปแล้วเห็นว่า นโยบายการเงินที่ยังผ่อนปรนในปัจจุบัน ยังคงเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ในภาวะที่สถานการณ์การเมืองไม่แน่นอนรวมทั้งปัจจัยเสี่ยงอื่นๆที่มีผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะสั้น โดยพื้นฐานเศรษฐกิจไทยขณะนี้ ยังสามารถรองรับความเสี่ยงดังกล่าวได้อีกระยะหนึ่ง ประกอบกับเสถียรภาพทางการเงินยังคงมีพื้นฐานที่มั่นคง รองรับการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้าได้
ทั้งนี้ ที่ประชุมจึงมีมติ 4 ต่อ 3 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.25% ต่อปี โดยพิจารณาจากอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ระดับต่ำ และนโยบายการเงินยังสามารถสนับสนุนเศรษฐกิจได้อีกระยะหนึ่ง ในระหว่างที่รอติดตามสถานการณ์ในประเทศ ขณะที่ความเห็นของ กนง. เสียงข้างน้อย 3 เสียง เห็นว่า ควรลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% เพื่อช่วยประคองเศรษฐกิจในช่วงนี้
"กนง.เราประเมินว่า แม้การเมืองพัฒนาไปในแบบต่างๆ แต่พื้นฐานเศรษฐกิจไทยตอนนี้ยังดีอยู่ ยังแข็งแรงพอรับปัจจัยได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่า กนง. จะไม่แยแสสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะถึงที่สุดแล้ว ถ้าในระยะยาวยังเป็นเช่นนี้อยู่ ก็คงกระทบพื้นฐานที่ดีให้หย่อนลง ภูมิคุ้มกันก็ลดลง ค่าใช้จ่ายและต้นทุนต่างๆ จะเพิ่มขึ้น ซึ่งตรงนี้ก็หวังว่าจะมีทางออกที่ดีสำหรับปัญหาประเทศโดยเร็ว" นายประสาร กล่าว
นายประสาร กล่าวว่า พื้นฐานที่ดีของเศรษฐกิจไทยจะรองรับการเมืองได้นานแค่ไหน คงวัดเป็นระยะเวลาไม่ได้ชัดเจน แต่เท่าที่ กนง. ประเมินมองได้เป็น 3 แบบ คือ 1.สามารถคลี่คลายกันได้ด้วยสันติไม่รุนแรง หยิบยกประเด็นที่เป็นปัญหามาแก้ไขได้ 2.เกิดความรุนแรงปะทะกัน โจทย์ปัญหาต่างๆ ของประเทศไม่ได้รับการแก้ไข และ 3.ปัญหายืดเยื้อต่อไปจุดต่างๆ ไม่ได้รับการแก้ไข อย่างไรก็ตาม คงไม่สามารถประเมินได้ว่าน้ำหนักความเป็นไปได้ของข้อไหนจะมีมากกว่ากัน ได้แต่หวังว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไขโดยเร็ว
"กรณีการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นเวลา 2 เดือน ขอไม่ออกความเห็นว่าจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศในแง่ไหนบ้าง เพราะถือเป็นเครื่องมือการบริหารจัดการประเทศของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.บ.ความมั่นคง แต่สำหรับเศรษฐกิจไทนย ขณะนี้ กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจในปี 2556 ที่ผ่านมาน่าจะเติบโตในระดับที่ต่ำกว่า 3% ส่วนปีนี้จากเดิมที่มองไว้ที่ 4% แต่แนวโน้มน่าจะไปทางที่ต่ำกว่า 4%" นายประสาร กล่าว







