
แบงก์เกาะติดกลุ่มเอสเอ็มอี เบรกอสังหาฯ
แบงก์สั่งลูกค้าอสังหาฯ แตะเบรกโครงการใหม่ รอดูการเมือง ลูกค้าเอสเอ็มอีขอปรับโครงสร้างหนี้แล้ว
แบงก์สั่งลูกค้าอสังหาฯ แตะเบรกโครงการใหม่ รอดูการเมือง ลูกค้าเอสเอ็มอีขอปรับโครงสร้างหนี้แล้ว
นายประสิทธิ์ วสุภัทร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจขนาดกลาง ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้เริ่มมีลูกค้าเอสเอ็มอีที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งได้ทยอยเข้ามาแจ้งตัวเลขผลประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองและการปิดพื้นที่ในกรุงเทพฯ บางส่วน เพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคารบ้างแล้ว
นายประสิทธิ์ กล่าวว่า ธนาคารพร้อมจะให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบด้วยการพักหนี้ส่วนหนึ่งให้ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าได้รับผลกระทบต่อการทำธุรกิจและรายได้อย่างรุนแรง
นอกจากกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวแล้ว นายประสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ตอนนี้ธนาคารได้แจ้งให้ลูกค้ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังมีแผนหรือโครงการจะขยายกิจการหรือเซ็นสัญญาลงทุนในโครงการใหม่ว่าให้ชะลอแผนลงทุนออกไปก่อน จนกว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะเริ่มชัดเจนขึ้นกว่านี้ แม้ว่าในภาพรวมจะมีลูกค้ากลุ่มนี้จำนวนไม่มากนักก็ตาม
นายจิรัชยุติ์ อัมยงค์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายพาณิชย์ธนกิจ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ธนาคารได้ส่งทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อสำรวจและเกาะติดลูกค้าในกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองโดยตรง เช่น ธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม เกสต์เฮาส์ และธุรกิจที่มีฐานลูกค้าเป็นชาวต่างชาติ รวมไปถึงกลุ่มที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม เช่น ธุรกิจที่ขายส่งสินค้าและวัตถุดิบให้กับลูกค้ากลุ่มแรกอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ลูกค้าจะกลายเป็นหนี้เสียล่วงหน้า
ทั้งนี้ ผลสำรวจหลังจากที่กลุ่มผู้ชุมนุมมีการปิดเส้นทางจราจรหลักในกรุงเทพฯ ครบ 1 สัปดาห์ พบว่า ลูกค้าธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมเริ่มมีสภาพคล่องที่ตึงตัวขึ้น และมีการเบิกใช้สินเชื่อและวงเงินโอ/ดี เพื่อนำมาหมุนเวียนภายในธุรกิจสูงขึ้น แต่ยังไม่พบปัญหาการผิดนัดชำระหนี้หรือมีการร้องขอความช่วยเหลือเข้ามาจากลูกค้า เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงมีวงเงินสินเชื่อเดิมเหลืออยู่จำนวนหนึ่ง
ขณะเดียวกัน ธนาคารยังพบว่า ธุรกิจโรงแรมและที่พักหลายแห่งสามารถปรับตัวทางธุรกิจได้เร็ว มีการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส โดยหันมาออกแพ็กเกจที่พักพร้อมอาหาร เพื่อเจาะกลุ่มคนต่างจังหวัดกำลังซื้อสูงที่เดินทางเข้ามาชุมนุมในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งมีจำนวนไม่น้อย เพื่อทดแทนลูกค้าชาวต่างชาติที่หดหายไป ทำให้ธุรกิจกลุ่มนี้ยังพอมีสภาพคล่องใหม่เข้ามาหมุนเวียนอยู่บ้าง
อย่างไรก็ดี ธนาคารจะยังคงติดตามดูกระแสเงินของธุรกิจเอสเอ็มอีกลุ่มนี้ต่อไป เพราะสถานการณ์ในขณะนี้ยังคาดเดายากว่าจะยืดเยื้อเพียงใด โดยหากเริ่มเห็นสัญญาณว่า ลูกค้ารายใดที่เริ่มมีปัญหาจะรีบเข้าไปดูแลพร้อมช่วยเหลือตามความจำเป็นทันที เช่น การยืดกรอบเวลาชำระหนี้ให้ การปรับลดดอกเบี้ย โดยจะพิจารณาตามความเหมาะสมเป็นรายกรณีไป
ทั้งนี้ ปัจจุบันธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย มีฐานสินเชื่อของลูกค้ากลุ่มธุรกิจโรงแรมและที่พักอยู่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท จากฐานสินเชื่อเอสเอ็มอีรวมทั้งสิ้น 4.1-4.2 หมื่นล้านบาท







