
ชาวนาถกสภาทนายฯฟ้อง"ปู-ธกส."ผิดสัญญาข้าว
หลังจากรอคอยเงินค่าจำนำข้าวจากรัฐบาลมาไม่ต่ำกว่า 4-5 เดือน ประกอบกับรัฐบาลได้รับปากชาวนาครั้งแล้วครั้งเล่าโดยกำหนดกรอบเวลาการจ่ายเงินจำนำข้าว แต่ไม่สามารถทำได้ตามที่รับปากไว้ ทำให้ชาวนาที่เดือดร้อนเข้าพบสภาทนายความปรึกษาการฟ้องร้อง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ฐานผิดสัญญาจ่ายเงินโครงการรับจำนำข้าว
หลังจากรอคอยเงินค่าจำนำข้าวจากรัฐบาลมาไม่ต่ำกว่า 4-5 เดือน ประกอบกับรัฐบาลได้รับปากชาวนาครั้งแล้วครั้งเล่าโดยกำหนดกรอบเวลาการจ่ายเงินจำนำข้าว แต่ไม่สามารถทำได้ตามที่รับปากไว้ ทำให้ชาวนาที่เดือดร้อนเข้าพบสภาทนายความปรึกษาการฟ้องร้อง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ฐานผิดสัญญาจ่ายเงินโครงการรับจำนำข้าว
ประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาข้าวไทย เปิดเผยว่า ได้นำกลุ่มชาวนาจากภาคตะวันออกเดินทางไปยังสภาทนายความ เพื่อพบนายกสภาทนายความ ขอความช่วยเหลือและหารือข้อกฎหมาย รวมทั้งร่างคำฟ้องรัฐบาลที่ไม่สามารถจ่ายเงินจำนำข้าวให้กับชาวนาได้ หลังจากนี้จะแจกจ่ายคำฟ้องไปยังเครือข่ายชาวนาตามภาคต่างๆ เพื่อดำเนินการในทิศทางเดียวกัน
“เราจะฟ้องรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ฐานผิดสัญญาจ่ายเงินโครงการรับจำนำข้าว ที่ระบุว่า จะเร่งจ่ายเงินภายในวันที่ 15 ม.ค. แต่จนถึงขณะนี้ชาวนาในหลายพื้นที่ยังไม่ได้รับเงิน ทำให้ชาวนาเดือดร้อนมาก เพราะไม่มีเงินไปใช้จ่ายและลงทุนรอบใหม่ ต้องไปกู้นอกระบบและเสียดอกเบี้ยในอัตราสูง พร้อมกันนี้จะยื่นหนังสือเรียกร้องกระทรวงพาณิชย์ในฐานะรับผิดชอบโครงการให้เร่งแก้ปัญหาด้วย” ประสิทธิ์ กล่าว
ที่ผ่านมารัฐบาลผิดนัดชำระเงินโครงการรับจำนำข้าวครั้งแล้วครั้งเล่า ขอเลื่อนการจ่ายเงินไม่ต่ำกว่า 6-7 ครั้ง และยังเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบ ต้องหามาตรการเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาให้ชาวนาให้เร็วที่สุด ขณะนี้เกษตรกรไม่มีความมั่นใจในรัฐบาลแล้วว่าจะได้รับเงินเมื่อไหร่ จึงจำเป็นต้องยื่นฟ้องทั้งทางแพ่งและทางอาญาเพื่อเอาผิดยิ่งลักษณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) และผู้เกี่ยวข้องกับโครงการทั้งหมด
เดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความ กล่าวว่า เกษตรกรได้มาขอให้ช่วยดำเนินคดีกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่ยังไม่จ่ายเงินจำนำข้าว ซึ่งเกษตรกรสามารถฟ้องร้องได้ทั้งทางแพ่งและอาญา
เบื้องต้นได้แบ่งการดำเนินการฟ้องร้องออกเป็น 3 กรณี คือ กรณีแรกเป็นกลุ่มเกษตรกรที่ถูก ธ.ก.ส.ผิดนัดชำระหนี้ โดยสามารถฟ้องร้องทางกฎหมายในฐานะลูกหนี้โดยตรงฐานผิดนัดชำระหนี้ เป็นจำเลยที่ 1 ต่อเนื่องไปถึงรัฐบาลเป็นจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ดำเนินนโยบาย และพรรคการเมืองผู้กำหนดนโยบายเป็นจำเลยที่ 3 เพื่อให้มีการพิจารณาจ่ายเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยในอัตรา 7% และอยู่ที่ศาลจะใช้ดุลพินิจพิจารณาค่าเสียหายที่ต่อเนื่องเพิ่มเติมให้หรือไม่
กรณีที่ 2 กรณีผิดสัญญาการจำนำข้าวคือ เกษตรกรมีใบประทวนอยู่แล้ว แต่ ธ.ก.ส.ปฏิเสธ กลุ่มนี้สามารถดำเนินการฟ้องร้อง ธ.ก.ส. โดยตรงได้ง่ายที่สุด เนื่องจากเป็นลูกหนี้ชัดเจน และกรณีที่ 3 คือ เกษตรกรเข้าร่วมโครงการและมีการจำนำข้าวกับโรงสีแล้ว แต่ยังไม่ได้รับใบประทวนอาจจะพิจารณาว่าเข้าข่ายยักยอกหรือฉ้อโกงหรือไม่
“ตอนนี้เหลือเพียงให้เกษตรกรไปรวมกลุ่มกัน เพื่อรวบรวมข้อมูลหลักฐานและมอบอำนาจตั้งตัวแทนในการดำเนินคดี เพื่อใช้เป็นพยานในชั้นศาลต่อไป โดยสามารถเริ่มดำเนินคดีได้ทันทีในรายที่มีหลักฐานพร้อม คาดว่าจะใช้เวลา 2 เดือนในการดำเนินคดีให้” เดชอุดม กล่าว







