posttoday
ใครๆ ก็ชอบทอง!

ใครๆ ก็ชอบทอง!

21 มกราคม 2557

ทุกปีในเทศกาลตรุษจีนชาวไทยเชื้อสายจีนต้องนึกถึงการให้ของขวัญและของตอบแทนกัน ซึ่งลำดับต้นๆ คงไม่พ้น “ทองคำ” ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา พวกเราที่พอจะมีเงินออมหันมาให้ความสนใจในทองคำกันอย่างมากเนื่องด้วยราคาที่สูงขึ้นเรื่อยๆ จนไปถึง 2.7-2.8 หมื่นบาท ในช่วงปลายปี 2554 หลายคนกระโจนเข้าใส่สุดตัวเพราะเชื่อว่าราคาทองคำจะมีแต่ขึ้นกับขึ้นเหมือนที่ผ่านมา แต่พอถึงวันนี้บางคนเริ่มเปลี่ยนความมั่นใจเป็นคำถามว่าที่เคยเชื่อมาตลอดนั้น ถูกต้องจริงหรือ?

ทุกปีในเทศกาลตรุษจีนชาวไทยเชื้อสายจีนต้องนึกถึงการให้ของขวัญและของตอบแทนกัน ซึ่งลำดับต้นๆ คงไม่พ้น “ทองคำ” ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา พวกเราที่พอจะมีเงินออมหันมาให้ความสนใจในทองคำกันอย่างมากเนื่องด้วยราคาที่สูงขึ้นเรื่อยๆ จนไปถึง 2.7-2.8 หมื่นบาท ในช่วงปลายปี 2554 หลายคนกระโจนเข้าใส่สุดตัวเพราะเชื่อว่าราคาทองคำจะมีแต่ขึ้นกับขึ้นเหมือนที่ผ่านมา แต่พอถึงวันนี้บางคนเริ่มเปลี่ยนความมั่นใจเป็นคำถามว่าที่เคยเชื่อมาตลอดนั้น ถูกต้องจริงหรือ?

ทองคำไม่เหมือนหุ้นของกิจการ กิจการเมื่อมีเงินทุนเข้ามา ผู้บริหารจะนำเงินไปพัฒนาหรือขยายการผลิตให้กิจการแข่งขันได้ดีขึ้น มีรายได้มากขึ้น ขนาดของธุรกิจใหญ่ขึ้น และนำไปสู่ราคาหุ้นที่สูงขึ้น นั่นคือเกิดการเติบโตของธุรกิจ ซึ่งเราเข้าใจเหตุและผลของการเติบโตนั้น

ส่วนทองคำ ผู้ลงทุนที่นิยมลงทุนในทองคำเพราะเชื่อกันว่าเป็นสินค้าการลงทุนที่มีคุณสมบัติที่ดีในการทำหน้าที่ป้องกันความเสี่ยงและให้ผลตอบแทนที่ดีด้วย สำนักงาน ก.ล.ต.ได้ทำการศึกษาถึงความเชื่อนี้ใน 4 ด้าน และได้ผลที่น่าสนใจดังนี้ค่ะ

(1) ใช้ทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ โดยทั่วไปสินค้าที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ มักจะเป็นสินค้าหรือวัตถุดิบที่มีการนำไปใช้ในภาคการผลิตและอุตสาหกรรมในสัดส่วนที่สูง โดยมีราคาขยับไปในทิศทางเดียวกับสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป เช่น น้ำมัน เหล็ก ผลิตผลทางการเกษตร ในขณะที่พบว่า ทองคำถูกใช้ในภาคการผลิต (Technology and Industry) เพียงร้อยละ 11 ของปริมาณที่ผลิตได้ทั้งหมดเท่านั้น (ข้อมูลปี พ.ศ. 2551–2555) นั่นคือเมื่อเศรษฐกิจเติบโต ปริมาณการใช้ทองคำไม่ได้เพิ่มขึ้นตามมากนักเพราะใช้ในภาคการผลิตเพียงเล็กน้อย มูลค่าทองคำกับอัตราเงินเฟ้อจึงไม่แน่นอนว่าสัมพันธ์กันอย่างไร การใช้ทองคำเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอัตราเงินเฟ้อจึงอาจไม่ได้ผลที่ดีก็ได้

(2) ใช้ทองคำช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน จากการศึกษาข้อมูลย้อนหลัง 20 ปี (พ.ศ. 2536-2556) พบว่า มูลค่าทองคำกับมูลค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีค่าสหสัมพันธ์ (Correlation) เฉลี่ยอยู่ที่ 0.38 ค่าที่เป็นลบนี้ หมายถึงเมื่อมูลค่าตัวหนึ่งลง มูลค่าอีกตัวหนึ่งจะขึ้น แสดงว่าทองคำสามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐได้ แต่ขณะเดียวกันค่าสหสัมพันธ์ของทองคำกับสกุลเงินหลักในเอเชีย มีค่าเป็นบวกและมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 0.43 ค่าที่เป็นบวกนี้แปลว่า ขยับไปทิศไหนก็ไปด้วยกัน ทองคำจึงอาจไม่ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินสกุลเหล่านี้ค่ะ

(3) ใช้เป็นแหล่งพักพิงเมื่อเกิดวิกฤตทางการเงิน (Safe Haven) เราศึกษาประเด็นนี้โดยหาค่าสหสัมพันธ์ของมูลค่าทองคำกับ SET Index ซึ่งจัดเป็นสินทรัพย์เสี่ยงที่เคลื่อนไหวรุนแรงในช่วงวิกฤต โดยจากข้อมูลย้อนหลังในช่วง 20 ปี พบว่า ความสัมพันธ์ไม่ค่อยแน่นอน แต่ส่วนใหญ่ให้ค่าเป็นบวกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ SET Index ปรับตัวลงหนักๆ นั่นคือ เวลาหุ้นลง ราคาทองคำมักจะลงด้วย ดังนั้น การใช้ทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นไทยหรือใช้เป็นที่พักพิงยามเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ อาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องเสมอไปค่ะ

(4) ให้ผลตอบแทนที่ดี จากข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยย้อนหลังในช่วง 3-6 ปี พบว่า ผลตอบแทนของทองคำไม่ได้ชนะหุ้นหรือตราสารหนี้แต่อย่างใด

ถึงบรรทัดนี้ ถ้าเราเคยเชื่อว่าทองคำจะเป็นที่นิยมตลอดกาลเพราะมีคุณสมบัติ 4 ด้านข้างต้น เราคงต้องมาทบทวนใหม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ข้อมูลที่นำมาเสนอนี้ไม่ได้เป็นคำตอบสุดท้ายหรือคำตอบเดียว การศึกษาที่ทำบนข้อมูลในช่วงระยะเวลาที่แตกต่างกัน ชุดข้อมูลต่างกันสามารถให้ผลที่แตกต่างกันค่ะ ในการเป็นผู้ลงทุนคุณภาพ เราจำเป็นต้องรู้ข้อมูลรอบด้าน ผู้ที่อ่านมากศึกษามากจะคิดได้มากกว่า ส่วนคนที่อ่านน้อยมักตัดสินใจด้วยการทำตามๆ กันไป และทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในการลงทุน อย่างไรก็ดี สำหรับตรุษจีนปีนี้ ทองคำ (ฟรีๆ) ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ใครๆ ชอบอยู่เหมือนเดิม “ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้” ทั่วกันค่ะ

ก.ล.ต. อยากให้คนไทยลงทุนด้วยความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท