
เช่าซื้อสู้หนี้เสียพุ่ง
เฟ้นลูกค้าคุณภาพดี-วางเงินดาวน์เพิ่มปี’56สินเชื่อต่ำเป้าสำรองเพียบ
เฟ้นลูกค้าคุณภาพดี-วางเงินดาวน์เพิ่มปี’56สินเชื่อต่ำเป้าสำรองเพียบ
ธุรกิจเช่าซื้อเริ่มเจ็บตัวแล้ว ปีนี้คัดคุณภาพลูกค้าละเอียด เพิ่มการวางเงินดาวน์ ผ่อนปรนชำระหนี้
นายโกวิท รุ่งวัฒนโสภณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง (THANI) เปิดเผยถึงแผนการปรับตัวว่าในปีนี้บริษัทจะเพิ่มความเข้มงวดในการให้สินเชื่อเช่าซื้อมากขึ้น โดยเฉพาะในไตรมาสแรก เพราะสัญญาณเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตั้งแต่ปีที่ผ่านมามีผลต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นเป็น 3.2% จากปกติที่ 2.4-2.5% และตั้งสำรองเพิ่มด้วย แต่หากปัญหาการเมืองจบลงเร็ว ก็จะเริ่มเดินหน้าทำธุรกิจอย่างเต็มที่ในไตรมาส 2 เป็นต้นไป
นอกจากนั้น บริษัทได้เพิ่มการวางเงินดาวน์เป็นเฉลี่ย 25% ขึ้นไป สำหรับสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกซึ่งเป็นพอร์ตหลักของบริษัทจากปกติ 20% พร้อมเพิ่มความเข้มงวดการคัดกรองคุณภาพความเสี่ยงของลูกค้า โดยเน้นปล่อยให้กลุ่มธุรกิจรับจ้างให้บริการขนส่งรถขนาดกลางและขนาดใหญ่ เพราะมีความเสี่ยงต่ำจากการทำสัญญาลูกค้าเพื่อให้บริการขนส่งสินค้าที่แน่นอน
ขณะเดียวกัน มีแผนปล่อยสินเชื่อรถบรรทุกป้ายแดงเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วน 75% จากปีก่อนที่มีสัดส่วน 65% แม้ได้ผลตอบแทนต่ำแต่ก็มีความเสี่ยงต่ำและมีความต้องการสูง เพื่อให้บริการขนส่งสินค้าไปยังแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน และยังมีแผนกระจายพอร์ตสินเชื่อไปยังกลุ่มรถยนต์นั่งมือสองมากขึ้นซึ่งให้ผลตอบแทนดี
นอกจากนี้ มีแผนเปิดสาขาใหม่อีก 2 แห่ง จากปัจจุบันมีอยู่จำนวน 7 แห่ง โดยในไตรมาสแรกจะเปิดที่ จ.อุดรธานี
“ปัจจัยเสี่ยงส่งผลกระทบต่อเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อในปีนี้ คาดว่าจะชะลอตัวลงเหลือเติบโต 2025% หรือมียอดปล่อยสินเชื่ออยู่ที่ประมาณ 1.9 หมื่นล้านบาท จากปี 2556 ที่ขยาย 35% ขณะที่รายได้ปีนี้จะเติบโตเหลือ 15-17% จากปี 2556 ที่เติบโต 20%” นายโกวิท กล่าว
กรณีคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีการประชุมในวันที่ 22 ม.ค.นี้ หาก กนง.ลดดอกเบี้ยลงจะเป็นผลบวกกับส่วนต่างดอกเบี้ยรับของบริษัทให้ทรงตัวจากปีก่อนที่ 4% แต่ถ้าคงไว้ ส่วนต่างดอกเบี้ยรับคงลดลง
นายสันติ หอกิตติกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท จี แคปปิตอล (GCAP) ยอมรับในสิ้นปี 2556 บริษัทได้ตั้งสำรองเพิ่มขึ้นเป็น 59 ล้านบาท หรือมีสัดส่วน 6% ของสัดส่วนพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อคงค้างมูลค่า 776 ล้านบาท เพื่อรองรับความเสี่ยง ส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบทางอ้อมจากปัญหาการจ่ายเงินของโครงการรับจำนำข้าวที่ล่าช้า จนทำให้กลุ่มชาวนารายย่อยที่มีพื้นที่เพาะปลูกต่ำกว่า 50 ไร่ ขาดสภาพคล่อง ไม่มีเงินมาจ่ายค่าจ้างให้รถเกี่ยวข้าว ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าสินเชื่อของบริษัท
ทั้งนี้ ลูกค้าบางส่วนเริ่มปรับตัวโดยเริ่มเปลี่ยนวิธีรับเงินค่าจ้างเกี่ยวข้าวจากเดิมที่รับเครดิตหรือเช็คมาเป็นเงินสดแทนเพื่อลดความเสี่ยง อีกทั้งบริษัทได้ผ่อนปรนเงื่อนไขการผ่อนชำระค่างวดให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นจากปกติหากติดค้างชำระ 3 งวดติดต่อกัน บริษัทจะจัดชั้นเป็นเอ็นพีแอลและเข้ายึดรถ โดยการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปหาสาเหตุการผิดชำระค่างวด หากลูกค้ายังมีงาน เกี่ยวข้าวอยู่ก็จะยืดอายุหนี้ออกไป
ด้านผลการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้รวมตามการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อที่ตั้งเป้าสูงกว่า 20% หรือมีพอร์ตสินเชื่อคงค้างรวมเป็นเงินมากกว่า 1,000 ล้านบาท
“ตอนนี้เราตั้งสำรองรวมอยู่ที่ 81 ล้านบาท ถือว่ามีฐานะการเงินแข็งแกร่งพอรองรับความเสี่ยงปีนี้ได้ และทยอยเพิ่มสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อเครื่อง จักรกลการเกษตรอื่นที่เกี่ยวข้องกับพืชเศรษฐกิจ ได้แก่ ปาล์ม อ้อย ข้าวโพด ยางพารา และมันสําปะหลัง จากปัจจุบันที่ปล่อยสินเชื่อเครื่องเกี่ยวข้าวสูงถึงประมาณ 90%” นายสันติ กล่าว
นายดีพงศ์ สหะชาติศิริ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท กรุ๊ปลีส (GL) ยอมรับว่า ในปี 2556 การปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อทำได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้เฉลี่ยประมาณ 1 หมื่นคันต่อเดือน โดยในเดือน ก.ย.ธ.ค. ลดลงเหลือเพียง 7,000-9,000 คันต่อเดือน และเอ็นพีแอลมี แนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 78% สูงกว่าภาวะปกติ ขณะนี้ต้องปรับเป้าหมายและแผนธุรกิจในปีนี้อีกครั้ง







