
แผน 3 ปี เอ.พี.ฮอนด้า สู่การเป็นองค์กรยั่งยืน
ครองตำแหน่งผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยเป็นปีที่ 25 ติดต่อกันสำหรับ บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย ด้วยยอดขายในปี 2556 ที่ 1.49 ล้านคัน หรือมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 74.5% จากภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ในปีที่ผ่านมาที่อยู่ที่ 2 ล้านคัน
ครองตำแหน่งผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยเป็นปีที่ 25 ติดต่อกันสำหรับ บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย ด้วยยอดขายในปี 2556 ที่ 1.49 ล้านคัน หรือมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 74.5% จากภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ในปีที่ผ่านมาที่อยู่ที่ 2 ล้านคัน
ทั้งนี้ เพราะได้รับผลกระทบโดยตรงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เริ่มตั้งแต่ภาคการส่งออกที่ซบเซาจากการแข็งตัวของค่าเงินบาท ก่อนจะประสบปัญหาความไม่สงบทางการเมือง และความไม่แน่นอนของราคาสินค้าเกษตรในช่วงปลายปี ส่งผลให้จีดีพีของไทยเติบโตเพียง 2.8% ลดลงจากที่คาดการณ์ไว้ที่ 5.5% ทำให้ตลาดรวมปรับตัวลดลงอยู่ในระดับดังกล่าว หรือลดลงในระดับ 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ดังนั้น ในมุมมอง จิอากิ คาโต ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า ต่อภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ประเทศไทยปี 2557 สภาวการณ์เช่นนี้คงหนีไม่พ้นอุปสรรคหลักของสถานการณ์ทางด้านการเมือง ในฐานะนักลงทุนต่างชาติมีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งระยะสั้นยังคงไม่มีผลกระทบต่อภาพรวมธุรกิจ แต่หากการเมืองยืดเยื้อต่อไปคงต้องมีผลกระทบแน่นอน
“ตลาดรถจักรยานยนต์ปีนี้ น่าจะยังคงไม่สดใสมากนัก จากสภาพเศรษฐกิจที่ยังขาดแรงกระตุ้นในเชิงบวก และหลายฝ่ายได้คาดการณ์ดัชนีชี้วัดผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) ไว้ต่ำกว่า 4% เป็นผลให้ต้องปรับลดการคาดการณ์ยอดจดทะเบียนลงเหลือ 1.85 ล้านคัน ซึ่งการแข่งขันจะดุเดือดจากการอัดแคมเปญกระตุ้นตลอดถึงสิ้นปี โดยจะต้องจับตาสภาพเศรษฐกิจในช่วงเวลานั้นๆ ซึ่งหากเป็นไปในทิศทางที่ดี อาจทำให้ตลาดรถจักรยานยนต์กลับมาอยู่ในระดับ 2 ล้านคันได้อีกครั้งในปี 2558” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า กล่าว
สำหรับ เอ.พี.ฮอนด้า ได้วางแผนการตลาดประจำปีโดยไม่นำปัจจัยทางด้านการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องด้วยการไม่สามารถคาดการณ์เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นเฉพาะหน้าได้ จึงไม่ได้นำมาพิจารณาในแผนดังกล่าว อย่างไรก็ตาม บริษัทเคยผ่านประสบการณ์จากเหตุการณ์มหาอุทกภัยในปี 2554 ซึ่งมีการเตรียมแผนสำรองไว้หากเกิดเหตุกรณีฉุกเฉิน จึงตั้งเป้าในปีนี้ไว้ที่ 1.4 ล้านคัน
พร้อมการประกาศแผนการดำเนินธุรกิจระยะกลาง 3 ปี (2557-2559) เพื่อปรับตัวองค์กรให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การก้าวสู่การเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืน ด้วยมาตรการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1.การเป็นผู้นำด้านความรับผิดชอบต่อสังคม 2.การสร้างคุณค่าอันเป็นเลิศในธุรกิจรถจักรยานยนต์ และ 3.การขยายคุณค่าแบรนด์สูงสุด
โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาผู้แทนจำหน่ายที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม “กรีนดีลเลอร์” จาก 540 แห่ง เป็น 1,200 แห่ง และจัดตั้งศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยอีก 6 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าชาวไทยในทุกกลุ่ม ด้วยการเปิดตัวจักรยานยนต์รุ่นใหม่ 12 รุ่น ซึ่งรวมถึงรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ (บิ๊กไบค์) ด้วย อีกทั้งการประชาสัมพันธ์องค์กรผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่เน้นด้านความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และกิจกรรมเพื่อสังคม
“จากแผนระยะกลาง 3 ปี คงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับก้าวย่างต่อไปของ เอ.พี.ฮอนด้า จะสามารถครองอันดับ 1 ในตลาดรถจักรยานยนต์ต่อไป” คาโต กล่าว







