posttoday
พฤกษาลดเปิดโครงการใหม่

พฤกษาลดเปิดโครงการใหม่

21 มกราคม 2557

พฤกษาฯ ตั้งรับการเมือง วุ่น หดเป้าเปิดโครงการใหม่เหลือ 40-50 โครงการ เน้นแนวราบ80% จากปีก่อนเปิด 60โครงการ ขณะที่ยอดรับรู้รายได้ปีนีี้ โตเพียง 5-10%จากปกติเติบโตปีละ 25%

พฤกษาฯ ตั้งรับการเมือง วุ่น หดเป้าเปิดโครงการใหม่เหลือ 40-50 โครงการ เน้นแนวราบ80% จากปีก่อนเปิด 60โครงการ ขณะที่ยอดรับรู้รายได้ปีนีี้ โตเพียง 5-10%จากปกติเติบโตปีละ 25%

นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทได้ปรับแผนการดำเนินงานเพื่อรับกับความเสี่ยงทางการเมืองที่ผันผวน โดยหดเป้าการเปิดโครงการใหม่ลดลงเหลือ 40-50 โครงการ รวมมูลค่า 4-5 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนมีจำนวน 60 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาท โดยปีนี้ตั้งเป้ายอดขายไว้ 4.1-4.5 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงกับยอดขายในปี 2556 อยู่ที่กว่า 4.1 หมื่นล้านบาท และตั้งเป้ารับรู้รายได้ 4-4.2 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ โครงการที่เปิดใหม่จะเป็นแนวราบ ประเภทบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ 80% แบ่งเป็น ทาวน์เฮาส์ 2529 โครงการ บ้านเดี่ยว 9-12 ส่วนอีก 20% เป็นคอนโดมิเนียม 58 โครงการ เน้นต่างจังหวัด โดยซึ่งจะเป็นโครงการในต่างจังหวัด 67% โครงการ และต่างประเทศ 1 โครงการ โดยอยู่ระหว่างการศึกษาที่เมืองบังกะลอร์ ประเทศอินเดีย และอินโดนีเซียโครงการที่จะเปิดใหม่ในปีนี้ บริษัทได้ซื้อที่ดินไว้แล้ว ด้วยงบ 1.4 หมื่นล้านบาท ส่วนแผนการซื้อที่ดินเพื่อลงทุนในปีหน้าจะใช้งบ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งปรับลดลงให้รับกับแผนพัฒนาโครงการที่เร็วขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงต้นทุนทางการเงิน

“ปัจจัยการเมืองทำให้ยอดขายเดือน ธ.ค.ลดลง 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดโอนโครงการเดือน พ.ย.-ธ.ค.ยังเป็นปกติ แต่ยอดรอขายอาจลดลง โดยประเมินว่ายอดรับรู้รายได้ปีนี้อาจจะเติบโตเพียง 5-10% จากปกติจะเติบโต 25% ซึ่งถือเป็นการเติบโตน้อยที่สุดหลังจากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540ที่ยอดรับรู้รายได้ยังโตเกิน 10%” นายทองมา กล่าว

ขณะเดียวกัน ยังได้ขยายโรงงานพรีคาสท์เพิ่มอีก 2 โรงงาน ที่นวนคร จ.ปทุมธานี ใช้เงินลงทุน 2,100 ล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตบ้านเป็น 1,120 หลังต่อเดือน จากก่อนหน้านี้ โรงงาน 15 ที่ อ.ลำลูกกา มีกำลังการผลิตรวม 480 หลังต่อเดือน คาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในเดือน ก.ย.ปีนี้

ปัจจุบัน บริษัทมียอดแบ็กล็อกหรือสินค้าที่รอรับรู้รายได้กว่า 3.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะรับรู้ในปีนี้ 2 หมื่นล้านบาท และมีรายได้จากโครงการเดิมที่อยู่ระหว่างการพัฒนา 164 โครงการ มูลค่า 5.9 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้บริษัทจะเน้นบริหารจัดการความเสี่ยง เพื่อรักษาการเติบโตแบบยั่งยืน เน้นกลุ่มลูกค้าที่เป็นเรียลดีมานด์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตลาดระดับกลางล่างและจะมีเพียงส่วนน้อยที่เน้นขยายฐานลูกค้าไปเซ็กเมนต์ระดับกลางบน ปัจจุบันบริษัทฯมีอัตราหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 0.84 เท่า ณ สิ้นปี 2556 ซึ่งบริษัทฯจะรักษาไว้ไม่ให้เกิน 11.5 เท่า

ด้านภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปีนี้ คาดว่าจะเติบโตไม่เกิน 5% หรือมีมูลค่าตลาดรวมทั้งประเทศ 6.4 แสนล้านบาท แบ่งเป็นตลาดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 3.3-3.4 แสนล้านบาท ที่เหลือเป็นตลาดต่างจังหวัด

นอกจากนี้บริษัทฯจะเน้นบริหารจัดการความเสี่ยง เพื่อรักษาการเติบโตแบบยั่งยืน เน้นกลุ่มลูกค้าที่เป็นเรียลดีมานต์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตลาดระดับกลางล่าง และจะมีเพียงส่วนน้อยที่เน้นขยายฐานลูกค้าไปเซ็กเมนต์ระดับกลางบน ปัจจุบันบริษัทฯมีอัตราหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 0.84 เท่า ณ สิ้นปี 2556 ซึ่งบริษัทฯจะรักษาไว้ไม่ให้เกิน 11.5 เท่า

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง