
หลากหลาย-ไร้อคติ
กล่าวกันว่า อาเซียนเป็นภูมิภาคที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย ทั้งชนชาติ ภาษา ศาสนา วัฒนธรรม วิถีการดำรงชีวิต ภายใต้ความหลากหลายดังกล่าวทำให้บางคนตั้งคำถามว่าอาเซียนจะรวมตัวเป็น “หนึ่งประชาคม” ได้อย่างแท้จริงหรือไม่ ขณะที่บางคนก็มองว่าความหลากหลายเหล่านี้ คือ “รสชาติ” ของอาเซียน
กล่าวกันว่า อาเซียนเป็นภูมิภาคที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย ทั้งชนชาติ ภาษา ศาสนา วัฒนธรรม วิถีการดำรงชีวิต ภายใต้ความหลากหลายดังกล่าวทำให้บางคนตั้งคำถามว่าอาเซียนจะรวมตัวเป็น “หนึ่งประชาคม” ได้อย่างแท้จริงหรือไม่ ขณะที่บางคนก็มองว่าความหลากหลายเหล่านี้ คือ “รสชาติ” ของอาเซียน
อัมพร จิรัฐติกร อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เป็นคนหนึ่งที่มีโอกาสได้ไปสัมผัสความหลากหลายของอาเซียนด้วยตัวเองในหลายพื้นที่ แม้อาจไม่ได้ไปทุกประเทศ เช่น ยังไม่เคยไปบรูไน แต่เธอก็ได้คลุกคลีกับผู้คนและประเทศต่างๆ อยู่ในหลายช่วงเวลาของชีวิต
เธอเล่าว่า ประเทศที่เธอได้สัมผัสประสบการณ์มากที่สุด คือ สิงคโปร์ เนื่องจากได้มีโอกาสไปใช้ชีวิตอยู่ถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกคือเป็นนักศึกษาไปเรียนต่อประมาณ 1 ปี และครั้งที่ 2 เว้นจากครั้งแรกไปประมาณ 10 ปี เธอไปเป็นอาจารย์และใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นอีก 1 ปี
นอกจากนี้ เธอยังเคยทำงานในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง แล้วตระเวนไปทำสารคดีในอาเซียน ได้พบเจอกับเพื่อนร่วมอาเซียนขณะไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งเทกซัส สหรัฐอเมริกา มาถึงปัจจุบัน เธอยังได้คลุกคลีกับนักศึกษาประเทศในกลุ่มอาเซียน จากการเป็นอาจารย์สอนหลักสูตรภาคภาษาอังกฤษที่ มช.
เธอมองว่า เธอประทับใจอาหารของชาติต่างๆ ในอาเซียนมาก อาหารอาเซียนนั้นหลากหลาย และสามารถพัฒนาความหลากหลายให้กลายเป็นเสน่ห์ได้ แม้กระทั่งตระเวนไปมาในประเทศเดียวกัน เช่น เวียดนามทางตอนเหนือกับเวียดนามทางตอนใต้ ลาวตอนเหนือกับลาวตอนใต้ เมนูอาหารและรสชาติอาหารก็แตกต่างกัน แต่ยังคง “ถูกปาก”
“สำหรับสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีความหลากหลายสูงอยู่แล้ว พอมาเจออาหารของเขา เรายิ่งเห็นความหลากหลายสะท้อนความเป็นสิงคโปร์อย่างชัดเจน เราสามารถหาอาหารอาหรับ อาหารมาเลเซีย อาหารไทยรับประทานได้ไม่ยาก”
ในแง่ผู้คนก็มีความหลากหลายมากขึ้น หากเทียบในช่วง 10 กว่าปีก่อนกับปัจจุบัน สมัยที่สิงคโปร์มีคนชนชาติใหม่ๆ เข้ามาใช้ชีวิตทั้งเข้ามาเรียน เข้ามาทำงานมากขึ้น เมื่อก่อนไม่เคยมีชาวเกาหลีใต้ ร้านอาหารเกาหลีใต้ในสิงคโปร์ ปัจจุบันก็มีมากขึ้น เช่นเดียวกับพม่าที่หลังเปิดพรมแดนทำให้มีความหลากหลายของผู้คนมากขึ้น เนื่องจากสามารถเดินทางข้ามพรมแดนกันไปมาสะดวกขึ้น
สำหรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ภายใต้บริบทแห่งความหลากหลาย เธอเชื่อว่าคนไทยจำนวนหนึ่งรู้จักประเทศต่างๆ ในอาเซียนอยู่แล้ว และเคยไปท่องเที่ยวในอาเซียน เห็นเรื่องราวต่างๆ ด้วยตัวเองบ้างแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องระมัดระวังภายใต้ความหลากหลาย คือ การเดินทางไปท่องเที่ยวโดยไม่มีอคติ สังเกตว่า เวลาคนไทยจะไปเที่ยว จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือประเทศในฝั่งยุโรป คนไทยจะไปด้วยสายตาที่เปิดกว้าง ขณะที่พอจะท่องเที่ยวในอาเซียน เรามักมองหาแต่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับไทย เป็นร่องรอยในประวัติศาสตร์ไทย
“เช่น เราไปเจดีย์ชเวดากอง แล้วก็พยายามเชื่อมโยงว่าเจดีย์นี้ทำจากทองของไทยหรือไม่ ไปดูพระราชวังแล้วเชื่อมโยงว่านี่คือสถานที่ที่พระสุพรรณกัลยาโดนจับมา ถ้าเชื่อมโยงลักษณะนี้บ่อยครั้ง ก็จะทำให้เรามีอคติต่อเพื่อนบ้านได้ ดิฉันคิดว่าเราต้องเปิดใจเที่ยวด้วยสายตา กว้างขึ้น เพื่อให้เราพร้อมก้าวเข้าไปสู่บ้านหลังใหม่ที่เรียกว่าประชาคมอาเซียนอย่างแท้จริง”







