posttoday
ส่องโลก วิศวกร-สถาปนิกอนาคตหลังเปิดเสรี

ส่องโลก วิศวกร-สถาปนิกอนาคตหลังเปิดเสรี

21 มกราคม 2557

ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

เวลานี้ถนนทุกสายกำลังมุ่งหน้าสู่อาเซียน แม้ว่าประเทศไทยจะมีความได้เปรียบในเรื่องทำเลที่ตั้งที่เป็นศูนย์กลางของอาเซียน แต่การรวมประชาคมอาเซียนนี้ ไม่ได้มีเฉพาะโอกาสของคนไทยในประเทศเพื่อนบ้าน แต่ยังรวมถึงโอกาสที่นักวิชาชีพจากประเทศกลุ่มอาเซียนจะเข้ามายังไทยด้วย

สองในวิชาชีพดังกล่าว คือ วิศวกรและสถาปนิก ซึ่งมีการทำข้อตกลงคุณสมบัติวิชาชีพ (MRA) ร่วมกันภายในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนแล้ว หลายภาคส่วนเห็นพ้องกันว่า วิชาชีพวิศวกรและสถาปนิกไทยมีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนที่ต้องปรับปรุงเพื่อเตรียมรับมือการรุกคืบของคนจากประเทศรอบข้าง

บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสำนักการค้าบริการและการลงทุน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ วิเคราะห์ว่า มี 2 ประเด็นหลักที่ต้องมองหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) คือ ความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจวิศวกร และความเปลี่ยนแปลงของแรงงานวิชาชีพวิศวกร ในส่วนของแรงงานยังมีปัญหาอยู่มาก เพราะวิศวกรไทยยังขาดอยู่ 3 ด้าน ด้านแรกคือ ขาดความสามารถด้านภาษาพูด การสื่อสารให้เข้าใจ ด้านที่สองคือ ขาดแรงจูงใจไปทำงานในต่างประเทศ และสุดท้าย คือ ขาดความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและกฎระเบียบในแต่ละประเทศ

ทั้งนี้ ปัจจุบันอาเซียนมีวิศวกรไม่ถึง 0.25% ของประชากรอาเซียนทั้งหมด ประเทศที่มีสัดส่วนผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรมากที่สุด คือ สิงคโปร์ คิดเป็น 2.1% ของประชากรทั้งประเทศ และเมื่อเทียบในแง่จำนวน ประเทศเวียดนามมีวิศวกรสูงสุดอยู่ที่ 8 แสนคน รองลงมาคือ อินโดนีเซียและไทย

พิสิฐ พุฒิไพโรจน์ นายกสมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย มองว่า ในแวดวงวิศวกรในเออีซี ไทยยังด้อยกว่า 2 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์และมาเลเซีย โดยหากมองเรื่องการสนับสนุนของภาครัฐ พบว่า ทั้งสิงคโปร์และมาเลเซียมีนโยบายสนับสนุนเงินทุน มาตรการทางภาษี และมาตรการทางการเงิน เพื่อสนับสนุนให้วิศวกรออกไปลงทุนทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในต่างประเทศ แต่ประเทศไทยยังไม่มีการช่วยเหลือที่ชัดเจนแบบนี้

อย่างไรก็ตาม พิสิฐ มองว่า การเป็นวิศวกรที่ปรึกษา การออกไปทำงานต่างประเทศแบบ “ไปเดี่ยว” ง่ายกว่า “ไปกลุ่ม” เพราะหากไปเดี่ยวมีเพียงใบอนุญาตก็ไปได้ แต่หากเป็นนิติบุคคลต้องมีมาตรฐานอื่นๆ ที่เป็นสากลอย่างครบถ้วน อีกทั้งช่วงเริ่มต้นมักมีปัญหาเรื่องการบริหารสัญญา ดังนั้น ผู้ประกอบการนิติบุคคล ควรขอมาตรฐาน ISO เพื่อรับประกันคุณภาพของบริษัท และต้องมีพันธมิตรที่เป็นคนท้องถิ่นในประเทศนั้นๆ ด้วย

ขณะที่ฝั่งของสถาปนิกจะมีความชัดเจนกว่า เพราะมีสภาสถาปนิกอาเซียนคอยรองรับและกำหนดคุณสมบัติผู้ประกอบวิชาชีพสถาปนิกข้ามชาติแล้ว ล่าสุดมีการกำหนดคุณสมบัติไว้หลายประการ เช่น ต้องมีประสบการณ์การทำงานอย่างน้อย 7 ปี เคยได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปนิกในประเทศต้นทางแล้ว

เมื่อมีคุณสมบัติตามกำหนดแล้วสามารถไปสมัครขึ้นทะเบียนเป็นสถาปนิกอาเซียนได้ จากนั้นไปสมัครกับสภาสถาปนิกของประเทศอาเซียนอื่นๆ เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นสถาปนิกต่างด้าวในประเทศปลายทาง

สำหรับจำนวนสมาชิกสถาปนิกไทย ณ ปี 2555 มี 1.7 หมื่นคน แบ่งตามใบอนุญาต 3 แบบ คือ แบบสามัญ 1,857 คน แบบภาคี 1.41 หมื่นคน และแบบวุฒิ 560 คน ขณะที่ต่างประเทศมีใบประกอบวิชาชีพเพียงแบบเดียว คือ แบบสามัญ

ทั้งนี้ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับตลาดแรงงานวิชาชีพเสรีในอนาคต วิศวกรและสถาปนิกของไทยต้องเร่งปรับตัว พัฒนาตนเองให้มีความเชี่ยวชาญในวิชาชีพ พร้อมกับเพิ่มทักษะด้านภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และภาษาอาเซียน รวมถึงเรียนรู้ด้านสังคมและวัฒนธรรมของประเทศอื่นในภูมิภาคนี้ด้วย เพื่อช่วยให้สามารถอยู่ร่วมกันได้และใช้ประโยชน์จากเออีซีได้สูงสุด

สุดท้ายแล้วผู้บริโภคจะเป็นผู้กำหนดและเลือกที่จะรับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพจากวิชาชีพวิศวกรและสถาปนิกอาเซียนจากประเทศไหนเอง ดังนั้นเออีซีจึงเป็นทั้งความหวังและความท้าทายของวิชาชีพวิศวกรและสถาปนิกไทยที่จะต้องฟันผ่าเข้าไปหาจุดยืนในเวทีให้ได้

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69