
"ลูซิ" ตะเกียงวิเศษแห่งแอฟริกา
ก้องภพ เทอดสุวรรณ
ก้องภพ เทอดสุวรรณ
เป็นที่ทราบกันดีว่า “เป้าหมายของธุรกิจคือการสร้างกำไรสูงสุด” แต่อาจไม่แน่เสมอไปเมื่อบริษัท เอ็มพาวเวิร์ด กิจการเพื่อสังคม ที่มีเป้าหมายไม่ใช่กำไรสูงสุด แต่เป็นการสร้างแสงสว่างให้กับพื้นที่ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึงทั่วโลก ด้วยสุดยอดนวัตกรรมใหม่ ลูซิ ตะเกียงวิเศษพลังงานแสงอาทิตย์ ที่สามารถให้แสงสว่างยาวนานสูงสุดถึง 10 ชั่วโมง
แน่นอนว่า ฌาค ฟิลิปป์ ปิเวเจอร์ เจ้าของบริษัท เอ็มพาวเวิร์ด ต้องใช้ความกล้าและความใส่ใจต่อสภาพสังคมอย่างมากในการตัดสินใจเริ่มกิจการเพื่อสังคมแห่งนี้ ที่ขอกำไรพอแค่บริษัทอยู่ได้และเน้น ช่วยเหลือสังคม
ถึงแม้ว่าหลักการของเอ็มพาวเวิร์ดจะขัดต่อเนื้อหาในหนังสือเรียนวิชาบริหารธุรกิจ แต่เอ็มพาวเวิร์ด ก็สามารถเอาชนะข้อจำกัดดังกล่าวได้โดยภายใน 15 เดือนหลังจากการก่อตั้งกิจการ ตะเกียงวิเศษลูซิ ก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าจนแทบจะกลายเป็นสินค้าขาดตลาดเลยทีเดียว นอกจากนี้ เจ้าตะเกียงวิเศษยังถูกส่งขายทั่วเขตซับซาฮาร่าของแอฟริกา และกำลังเจาะตลาดระดับโลกข้ามน้ำข้ามทะเลไปถึงฝั่งอเมริกาเลยทีเดียว
ลูซิ เป็นตะเกียงพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งนับว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ทำให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลของแอฟริกาได้มีแสงสว่างไว้ใช้ในยามค่ำคืน ตะเกียงวิเศษตัวนี้ทำจากพลาสติกใส มีขนาดเล็กและน้ำหนักเพียง 4 ออนซ์ (ราว 113 กรัม) เท่านั้น แต่ถึงจะเล็กก็เล็กพริกขี้หนู เพราะภายในบรรจุหลอดแอลอีดีดวงเล็กๆ กว่าพันดวง ทำให้เจ้าตะเกียงวิเศษนี้สามารถให้แสงสว่างได้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 15 ตารางฟุต นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานได้นานราว 610 ชั่วโมง หากได้รับการชาร์จเต็ม 8 ชั่วโมง
ปิเวเจอร์ ระบุว่า ตนได้ไอเดียการทำธุรกิจนี้จากความต้องการช่วยสังคมลดปัญหาการก่ออาชญากรรมต่อผู้หญิงในยามค่ำคืน เนื่องจากหลายพื้นที่ในแอฟริกาไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง นับเป็นพื้นที่ล่อแหลมต่อการ ก่ออาชญากรรมของบรรดามิจฉาฉีพ โดยเฉพาะการข่มขืน และความต้องการลดการใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าด ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ พร้อมกับลดความเสี่ยงของการเกิดไฟไหม้ นอกจากนี้ยังช่วยให้คนกว่า 1,700 ล้านคนในแอฟริกาที่ไม่มีไฟฟ้าใช้สามารถมีแสงสว่างได้ในยามค่ำคืน
%CUR%นอกจากนี้ ลูซิยังเคยถูกใช้เพื่อช่วยเหลือชาวเมืองนิวยอร์กและนิวเจอร์ซีย์ในช่วงเฮอริเคนแซนดี้พัดถล่ม และยังช่วยลดค่าไฟในช่วงเวลาปกติ นับว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สังคมได้อย่างดีเยี่ยม
แน่นอนว่าความสำเร็จไม่ได้ร่วงลงมาจากฟ้า ปิเวเจอร์ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากบรรดาหุ้นส่วนของบริษัทเพื่อพัฒนาระบบพลังงานแสงอาทิตย์ นอกจากนี้ บริษัท เอ็มพาวเวิร์ด ยังทำงานร่วมกับมูลนิธิเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทอีกด้วย ก่อนบริษัทจะประสบความสำเร็จอย่างในปัจจุบัน
“บริษัทของพวกเราทำงานในด้านนวัตกรรมเพื่อสังคม และเราจะใช้ธุรกิจของเราสร้างสรรค์ความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกใบนี้” ปิเวเจอร์ กล่าวพร้อมเสริมว่า ในที่ที่คนเข้าไม่ถึงไฟฟ้า ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ตะเกียงลูซิจะเป็นแสงไฟนำทางที่ไว้ใจได้
เอ็มพาวเวิร์ด นับเป็นธุรกิจดาวรุ่งรุ่นใหม่ที่ใส่ใจและฉีกแนวจากการทำธุรกิจแบบเดิมๆ ที่เน้นแต่แสวงหาผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่ธุรกิจตะเกียงวิเศษนี้นอกจากจะสร้างกำไรแล้วยังตอบสนองต่อความขาดแคลนของสังคมและต่อปัญหาสังคมที่เป็นอยู่ เรียกได้ว่า นอกจากธุรกิจจะอยู่ได้แล้ว คนอื่นยังอยู่ได้ด้วย นับเป็นการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนที่ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางการทำธุรกิจที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว







