
พลังงานแดดลุยญี่ปุ่น
บจ.แห่ลงทุนผลตอบแทนสูงขายได้ราคาCHOWทุ่ม1.8พันล้านเดินตามเอ็ปโก้
บจ.แห่ลงทุนผลตอบแทนสูงขายได้ราคาCHOWทุ่ม1.8พันล้านเดินตามเอ็ปโก้
บจ.แห่ลงทุนพลังงานนอกประเทศ มุ่ง “เจแปน” ผลตอบแทนจูงใจน้องใหม่ “เชาว์ สตีล” ไปชิมลาง
บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์หลายแห่งที่ลงทุนพลังงานทางเลือก ให้ความสนใจลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่น เพื่อขายไฟให้กับรัฐบาล หลังจากญี่ปุ่นประสบปัญหาสึนามิ กระทบโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ และส่งเสริมโรงไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนของภาคเอกชนเข้ามาทดแทน
นายอนาวิล จิรธรรมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ (CHOW) เปิดเผยว่า บริษัทลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิต 18 เมกะวัตต์ มูลค่าการลงทุน 1,864 ล้านบาท ผ่าน 2 บริษัทย่อย คือ บริษัท เชาว์ เอ็นเนอร์ยี่ (CE) และบริษัท พรีเมียร์ โซลูชั่น เจแปน (PSCLJ) ทุนจดทะเบียน 1 หมื่นเยน อายุการขายไฟฟ้าให้กับรัฐบาลญี่ปุ่น 20 ปี โครงการนี้เริ่มก่อสร้างไตรมาสแรก 2557 แล้วเสร็จในไตรมาส 3/2557
ทั้งนี้ เชาว์ สตีล อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นบริษัทย่อยจะเข้าถือหุ้น CE 83% เป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นเพื่อลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ส่วน PSCLJ ถือหุ้น 81% เป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นเพื่อให้คำปรึกษาและพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้า
นายอนาวิล กล่าวว่า การไปลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแดดที่ญี่ปุ่น เนื่องจากได้รับอัตราการรับซื้อไฟในอัตราที่สูงถึง 4042 เยนต่อหน่วย ตลอดอายุ 20 ปีของสัมปทาน ซึ่งถือเป็นโครงการที่ดีกว่าในประเทศไทยที่ให้ 8 ปี แต่ขณะนี้ไม่มีแล้วนอกจากโซลาร์รูฟ
“ญี่ปุ่นหลังจากโดนสึนามิเปิดโอกาสให้เอกชนสร้างโรงไฟฟ้าจ่ายไฟทดแทนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เป็นโอกาสที่ CHOW จะสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น ประกอบกับบริษัทต้องการกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจเหล็กที่เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ ป้องกันไม่ได้ทั้ง 100% จึงต้องการลดการพึ่งพิงเหล็ก หันมาสร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอ ซึ่งรายได้จากการขายไฟ 20 ปี น่าจะสร้างพื้นฐานที่แข็งแรงระดับหนึ่ง” นายอนาวิล กล่าว
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวถึงผลตอบแทนจากการลงทุนโรงไฟฟ้าว่า ภายหลังการลงทุนภายใน 810 ปี เริ่มคืนทุน และตลอด 20 ปี จะสร้างรายได้ 2,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยปีละ 100 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนรายได้ไม่ถึง 10% ของรายได้รวม ซึ่งไม่มาก แต่เป็นการเพิ่มรายได้ที่สม่ำเสมอให้บริษัท และทำให้กำไรสุทธิของ CHOW เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ตั้งเป้าการขายเหล็กแท่ง บิลเล็ตปีนี้ 33.2 แสนตัน ราคาเฉลี่ย 17.50 บาท/กิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มียอดขายเหล็ก 2.9 แสนตัน ราคาเฉลี่ย 17 บาท
ด้าน น.ส.แคทลีน มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ (WAVE) ถือหุ้นใหญ่ กล่าวว่า ไทย โซล่าร์ฯ สนใจและศึกษาการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ประเทศญี่ปุ่นระยะหนึ่งแล้ว คาดภายใน 12 เดือนนี้น่าจะได้ข้อสรุป เนื่องจากต้องศึกษาให้รอบคอบ ทั้งเรื่องการได้มาที่ดินเพื่อสร้างโซลาร์ฟาร์ม ภาษา และต้นทุนการลงทุน แม้ว่าญี่ปุ่นจะให้ผลตอบแทนที่ดีจากการขายไฟฟ้า 40 เยน แต่ก็มีข้อจำกัดที่เป็นความเสี่ยง เช่น การได้มาที่ดินก่อนเข้าไปก่อสร้าง หรือการปล่อยกู้จากสถาบันการเงินที่ใช้เวลาอนุมัตินาน
ก่อนหน้านี้ บริษัท โรงพิมพ์ตะวันออก (EPCO) ประกาศตัวเข้าลงทุนในญี่ปุ่น ตั้งโรงงานผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในเขตพื้นที่คูริฮาร่า จังหวัดมิยากิ กำลังผลิตขนาด 23 เมกะวัตต์ แยกเป็นขนาด 10 MW (AC) ที่ราคา 40 เยนต่อหน่วย เป็นเวลา 20 ปี และ 13 MW (AC) ที่ราคา 36 เยนต่อหน่วย เป็นเวลา 20 ปี โดยตั้งบริษัทย่อย “เอ็ปโก้ เอ็นเนอร์ยี่ (EPCO)” ทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท เข้าดำเนินการ โดย EPCO ถือหุ้น 99.99% ผ่านบริษัทย่อย
ทั้งนี้ แผนงานของ EPCO มุ่งขยายการลงทุนโซลาร์ฟาร์มที่ญี่ปุ่น ให้ได้กำลังผลิต 100 เมกะวัตต์ โดยเจรจากับพันธมิตรร่วมลงทุน คาดไตรมาสแรกปีนี้ได้ข้อสรุปอีก 3 โครงการ รวม 27 เมกะวัตต์ และไตรมาส 2/2557 ได้ข้อสรุปอีก 2 โครงการ 50 เมกะวัตต์







