posttoday
จุก ศก.ขยายตัวแค่2.2-3.7%

จุก ศก.ขยายตัวแค่2.2-3.7%

21 มกราคม 2557

ปัญหาการเมืองที่ยืดเยื้อทำให้หลายคนวิตกกังวลว่าจะทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปีนี้ทรุดตัวลงอย่างหนักกว่าปีก่อน

ปัญหาการเมืองที่ยืดเยื้อทำให้หลายคนวิตกกังวลว่าจะทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปีนี้ทรุดตัวลงอย่างหนักกว่าปีก่อน

ทว่า เมื่อธนาคารโลกได้ประกาศการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปีนี้ว่าจะโตได้ 4.5% จากเดิมคาดการณ์โต 5% ส่วนปี 2558 คาดว่าจะโต 5% โดยเป็นผลจากการบริโภคภาคครัวเรือนชะลอตัว และการส่งออกดีขึ้นอย่างช้าๆ และเมื่อดูดุลการค้าอาจไม่ติดลบ ทำให้ธนาคารโลกคาดว่าจีดีพีปีนี้ขยายตัวได้ 4.5% ซึ่งทำให้หลายคนใจชื้น

ขณะที่สถาบันการเงินชั้นนำของโลก เช่น ธนาคารสวิส เอจี กรุ๊ป จากยุโรป และโกลด์แมน แซคส์ จากสหรัฐ ก็ลดเป้าเศรษฐกิจไทยลงจากเดิม 4.2% เหลือเพียง 3.6%

แต่เมื่อสำนักงานเศรษฐกิจการคลังประเมินว่าจีดีพีในปีนี้จะขยายตัวได้ 3.1% จากที่คาดการณ์ไว้เดิม 3.54% ภายใต้สมมติฐานว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 2557 และสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้

ทว่า หากล่าช้าออกไปจีดีพีจะปรับตัวลงจากที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากกระทบต่อการลงทุนภาครัฐ และจีดีพีปีนี้อาจขยายตัวได้เพียง 2% เท่านั้น เนื่องจากผลกระทบจากการลงทุนของรัฐและเอกชน

การพยากรณ์ของสำนักเศรษฐกิจชื่อดังเหล่านี้ทำให้ใจแป้ว หายใจไม่ทั่วท้อง เพราะการที่เศรษฐกิจหดตัวลงหมายถึงกิจการการค้าขายก็ทรุดต่ำลงเช่นกัน

ล่าสุด ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ความคาดหวังในเชิงบวกที่ว่าปัจจัยการเมืองจะกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพียงชั่วระยะสั้นไม่เกิน 12 ไตรมาสนั้น จนทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ 4.5% ในปีนี้ อาจมีโอกาสเป็นไปได้น้อยมาก เนื่องจากการคลี่คลายของปมการเมืองที่ซับซ้อนในขณะนี้ ยังมีประเด็นปัญหาในหลายด้าน ทำให้อาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าที่กลไกภาครัฐจะสามารถกลับมาเดินหน้าผลักดันแรงกระตุ้นเข้าสู่ภาคเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคเอกชน

ดังนั้น แรงขับเคลื่อนของเศรษฐกิจในปีนี้คงต้องอาศัยภาคการส่งออกเป็นหัวใจสำคัญ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้อาจขยายตัวได้เพียงประมาณ 3% โดยมีกรอบคาดการณ์ที่ 2.23.7%

สาเหตุหลักมาจาก 1.การบริโภคภาคเอกชนอาจขยายตัวประมาณ 1.4% ในปีนี้ จากที่คาดการณ์ไว้ 0.51.8% เนื่องจากขาดแรงหนุนใหม่ๆ มากระตุ้น ขณะที่ความไม่แน่นอนทางการเมืองส่งผลกระทบความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ซึ่งมีความกังวลต่อภาระค่าครองชีพ/หนี้ครัวเรือน

2.โครงการลงทุนบางส่วนของภาครัฐ โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ รวมถึงการลงทุนของภาคเอกชนที่ต้องเลื่อนออกไปเพื่อรอความชัดเจนของสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองไทย ก็อาจทำให้การลงทุนโดยรวมขยายตัวได้แค่ 2.2% เพราะการเร่งรัดการเบิกจ่ายเม็ดจากเงินงบประมาณเป็นไปอย่างจำกัด

3.สำหรับสถานการณ์การส่งออกในปีนี้ ถือว่ามีสัญญาณที่ทยอยดีขึ้น ขณะที่ระดับเงินบาทที่เคลื่อนไหวในกรอบที่อ่อนค่ากว่าในปีที่ผ่านมา ทำให้อัตราการขยายตัวของการส่งออกในปีนี้น่าจะจะอยู่ที่ประมาณ 5% โดยมีกรอบประมาณการที่ 37% ถือว่าดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่คาดว่าอาจหดตัวถึง 0.3%

แต่หากสถานการณ์สามารถคลี่คลายในช่วงหลายเดือนข้างหน้า แรงขับเคลื่อนของเศรษฐกิจทั้งการใช้จ่ายในประเทศและการส่งออกสามารถทำงานได้มากขึ้น

ตั้งรับกันให้ดี...

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท