posttoday
ทิสโก้มองหุ้นจีนมาแรงผุดทริกเกอร์ซื้อ

ทิสโก้มองหุ้นจีนมาแรงผุดทริกเกอร์ซื้อ

20 มกราคม 2557

บลจ.ทิสโก้ มองหุ้นจีนมาแรง โอกาสปรับตัวขึ้นกว่า 70% สบช่องส่งทริกเกอร์ฟันด์ช้อนหุ้น ตั้งเป้ากำไร 8%

บลจ.ทิสโก้ มองหุ้นจีนมาแรง โอกาสปรับตัวขึ้นกว่า 70% สบช่องส่งทริกเกอร์ฟันด์ช้อนหุ้น ตั้งเป้ากำไร 8%

นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาด ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ เปิดเผยว่า ทิสโก้ เวลธ์ บริการบริหารความมั่งคั่งอย่างครบวงจรจากทิสโก้ ได้แนะนำลูกค้าให้ลงทุนในตลาดหุ้นจีนมาโดยตลอด เนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจจีนพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว และกำลังเข้าสู่วงจรการฟื้นตัวและเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน ขณะที่ราคาหุ้นจีนยังมีราคาถูก จึงน่าสนใจลงทุน

จากแผนปฏิรูปเศรษฐกิจซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก บลจ.ทิสโก้ จึงเตรียมเสนอขายกองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า ทริกเกอร์ 8% # 12 ตั้งแต่วันที่ 2128 ม.ค. 2557 ซึ่งเป็นกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ ลงทุนในหุ้นจีนผ่านกองทุน Hang Seng HShare Index ETF ซึ่งเป็นซีรีส์หุ้นจีนกองที่ 12 มีอายุโครงการ 8 เดือน จะเลิกกองทุนเมื่อสามารถสร้างผลตอบแทนได้ถึง 8% หรือมีมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) มากกว่าหรือเท่ากับ 10.80 บาท มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท

ด้านทิสโก้ เวลธ์ มองว่า ตลาดหุ้นจีนกลับมามีความน่าสนใจมากขึ้น โดยมีปัจจัยบวกหลายประการจากปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากความคืบหน้าของแผนปฏิรูปเศรษฐกิจ 10 ประการ ที่จะทำให้มีการเปิดเสรีและการลงทุนใหม่ๆ ในหลายอุตสาหกรรม ซึ่งจะทำให้อุปสงค์และอุปทานมีความสมดุลและช่วยเพิ่มเสถียรภาพให้กับเศรษฐกิจจีนในระยะยาว

นอกจากนี้ ดอยช์แบงก์ ซึ่งเป็นพันธมิตรของทิสโก้ คาดการณ์ว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของจีนจะขยายตัวได้ในระดับ 8.6% ในปีนี้ และ 8.2% ในปี 2558 ประกอบกับการส่งออกของจีนมีแนวโน้มดีขึ้นมากตามการฟื้นตัวของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่เป็นผู้ซื้อรายใหญ่ของจีน ได้แก่ สหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น โดยคาดว่าการส่งออกของจีนจะเติบโตถึง 14% ในปีนี้

“เรามองหุ้นจีนดูดีขึ้นมาก นอกจากเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างมีเสถียรภาพแล้ว ดัชนี HShares ที่ปรับลดลงมาในช่วงต้นปี มองว่าแค่กังวลการเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยระยะสั้น ซึ่งเป็นผลจากเรื่องฤดูกาลและการปรับโครงสร้างภาคการเงินของจีน โดยคาดว่าจะมีผลกระทบในวงจำกัดและระยะสั้นเท่านั้น ไม่กระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ” นายสาห์รัช กล่าว

อย่างไรก็ตาม การปรับตัวลงของราคาหุ้นกลับมองเป็นโอกาสเหมาะในการเข้าลงทุน เพราะปัจจุบันราคาหุ้นของดัชนี HSCEI ซื้อขายที่ระดับเพียง 1.2 เท่าของมูลค่าทางบัญชี (P/BV) และค่า P/E ยังปรับตัวลดลงมาซื้อขายที่ระดับต่ำกว่า 7 เท่า ซึ่งถูกมากเมื่อเทียบกับค่า P/E ของดัชนี MSCI Asia Pacific ex Japan ซึ่งอยู่ที่ระดับประมาณ 12 เท่า ขณะที่ทิสโก้มองเป้าดัชนี HSCEI ปีนี้ที่ 17,580 จุด ซึ่งคิดเป็น P/E 11.9 เท่า ทำให้ตลาดหุ้นจีนยิ่งน่าสนใจ เพราะยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นอีกกว่า 70% ประกอบกับกำไรของบริษัทจดทะเบียนในดัชนี HSCEI เพิ่มขึ้นต่อเนื่องร่วม 70% ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสูงกว่าบริษัทจดทะเบียนของไทย

“แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจจีนที่ยั่งยืน ขณะที่ราคาหุ้นถูกมากและมีอัพไซด์สูงมาก จึงมองว่าเวลานี้เหมาะสมที่สุดในการเข้าลงทุนในตลาดหุ้นจีน เพราะจะได้ของดีในราคาถูก” นายสาห์รัช กล่าว

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน