posttoday
ผ่าแผนธุรกิจยานยนต์ฮึดฝ่าปัจจับลบรอการเมืองนิ่ง

ผ่าแผนธุรกิจยานยนต์ฮึดฝ่าปัจจับลบรอการเมืองนิ่ง

20 มกราคม 2557

พลพัต สาเลยยกานนท์

พลพัต สาเลยยกานนท์

ท่ามกลางสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2556 ที่ผ่านมาจนกระทั่งปัจจุบัน ความวุ่นวายดังกล่าวดูเหมือนจะยังไม่มีที่สิ้นสุด จึงแน่นอนว่าปัจจัยดังกล่าวถูกนำมาเป็นจุดพิจารณาวางแผนทางด้านการบริหารงานของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่เฝ้าจับตามองสถานการณ์ดังกล่าวมาโดยตลอด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่จะต้องนำมาประกอบภายหลังจากการที่ตลาดรถยนต์เติบโตในระดับผิดปกติจากโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรกในปี 2555 ที่ได้ดึงกำลังซื้อล่วงหน้าไปไว้ในปีดังกล่าวจำนวนมาก

ดังนั้น ในปี 2557 ซึ่งเป็นปีที่หลายคนมองว่าตลาดจะกลับเข้าสู่สภาวะสะท้อนความต้องการของตลาดที่แท้จริง ซึ่งกลายเป็นปัญหาทับซ้อนที่ต้องวางแผนเพื่อให้ผ่านพ้นอุปสรรคในปีม้าพยศนี้

สุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี รองประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กล่าวว่า จากสภาวะของเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่น้อยมาก แต่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อแผนงานและแผนการขยายโรงงานผลิตของบริษัทในอนาคต

สำหรับในปีนี้ มาสด้าจะใช้นโยบายในการบริหารจัดการสต๊อกรถยนต์ที่มีคงค้างอยู่ให้คลี่คลายโดยเร็ว เพื่อไม่ให้ผู้จำหน่ายแบกรับภาระ และต้องควบคุมปริมาณรถที่จะส่งไปยังผู้จำหน่ายภายในไตรมาส 1/2557 และการสร้างจุดขายให้กับสินค้า เพื่อสร้างความแตกต่างให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมทั้งการเพิ่มมาตรการในการช่วยเหลือผู้จำหน่าย ทั้งด้านการขาย การบริการ โดยการมุ่งพัฒนาด้านการบริการหลังการขายให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า

“บริษัทยังไม่ได้มีการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน เนื่องจากอยู่ระหว่างการทำงาน และปัจจัยทางด้านการเมืองที่จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อนำมาพิจารณา แต่ตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องเติบโตขึ้นจากปีก่อนอย่างน้อย 10%” สุรีทิพย์ กล่าว

ขณะที่ กุสตาโว โคลอซซี รองประธานฝ่ายขาย การตลาดและบริการหลังการขาย ประจำประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย หรือ จีเอ็ม กล่าวว่า ปัญหาการเมืองในแต่ละประเทศที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ แต่หากสามารถหาข้อสรุปได้เร็วก็จะยิ่งเป็นผลดี ซึ่งประเทศไทยยังคงเป็นฐานการผลิตรถเพื่อส่งออกของจีเอ็ม และจากนโยบายการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ของรัฐบาลตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เช่น โครงการอีโคคาร์ เฟส 1 และ 2 ทำให้จีเอ็มมั่นใจว่าสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นจะไม่เป็นปัญหาต่อการลงทุนและยอดขายแต่อย่างใด

“ยอดการผลิตโรงงานของจีเอ็มเกินกว่า 1 แสนคันต่อปีแล้ว ถือว่าไทยเป็นโรงงานผลิตที่แข็งแกร่งของจีเอ็ม ส่วนตลาดรถในประเทศปีนี้คาด 1.2 ล้านคัน ลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย ขณะที่บริษัทตั้งเป้าปีนี้กว่า 5.6 หมื่นคัน เท่ากับยอดขายปี 2556 เป็นยอดขายที่สวนทางตลาดหดตัว” โคลอซซี กล่าว

พิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในปี 2557 บริษัทจะมีการนำรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดจำนวนประมาณ 10 รุ่น และแผนการขยายศูนย์จำหน่ายและบริการเป็น 200 แห่งจากปีก่อน 172 แห่ง เพื่อรักษาอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์นั่งต่อเนื่อง

“สถานการณ์ทางการเมือง เพียงแค่ส่งผลให้คนชะลอการตัดสินใจซื้อ แต่ยังไม่ได้ยกเลิกการซื้อไปเลย ตลาดยังมีความต้องการอยู่ เมื่อเหตุการณ์สงบ บริษัทจะดูว่าตลาดมีการตอบรับอย่างไร จากนั้นจะว่ากันอีกที” พิทักษ์ กล่าว

วิเชียร เอมประเสริฐสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า ในปีนี้นโยบายในการทำการตลาดของบริษัทจะลงรายละเอียดในระดับรายภูมิภาค รายจังหวัด แม้กระทั่งการเจาะลึกไปถึงโชว์รูมในฐานะบริษัทแม่จะมีการสนับสนุนทุกด้าน พร้อมการเปิดตัวผลิตภัณฑ์รถยนต์นั่งครบไลน์ผลิตภัณฑ์ เพื่อให้กลับมาเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์นั่งหลังจากที่เสียแชมป์ไปในปีก่อน

“นโยบายของบริษัทในการทำการตลาดจะไม่นำเรื่องการเมืองมาคิดเป็นปัจจัยที่มีผลต่อยอดขาย เรามุ่งมั่นในการวางแผนบริหารการตลาดและเตรียมการผลิตเพื่อส่งมอบรถยนต์ให้ทันกับความต้องการ” วิเชียร กล่าว

เห็นได้ว่าแม้ตลาดในปีนี้จะมีหางเลขอิทธิพลจากปีก่อนตลาดรวมในประเทศยังหดมาสู่ภาวะปกติปีละ 1.2 ล้านคัน รวมถึงปัจจัยการเมือง แต่บริษัทต่างๆ ก็งัดแผนเตรียมรุกทันทีเมื่อตลาดส่งสัญญาณฟื้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท