
กันตนาโอดรายได้โฆษณาวูบแล้ว20%
กันตนาโอดรายได้โฆษณาวูบ 20% ม็อบยืดเยื้อ ฮึดขยายโรงหนังตามเป้า 1,000 สาขา
กันตนาโอดรายได้โฆษณาวูบ 20% ม็อบยืดเยื้อ ฮึดขยายโรงหนังตามเป้า 1,000 สาขา
นายจาฤก กัลย์จาฤก ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กันตนา กรุ๊ป เปิดเผยว่า จากการชุมนุมทางการเมืองที่ยืดเยื้อมาจนถึงขณะนี้ เริ่มส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทที่มาจากการขายโฆษณาแล้วประมาณ 10-20% เนื่องจากเจ้าของสินค้าเริ่มชะลอการใช้งบผ่านสื่อโฆษณา เนื่องจากยังไม่มีความมั่นใจทางการเมือง
ทั้งนี้ จากผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้บริษัทต้องปรับแผนการทำตลาดและการขยายโฆษณา ด้วยการหันมาเพิ่มช่องทางการโฆษณาสินค้าแบบ 360 องศา คือ ขยายช่องทางการโฆษณาไปในรูปแบบของการไทอิน และสื่อโซเชียลมีเดีย เพื่อให้ผู้บริโภคได้เห็นสินค้ามากขึ้น
นอกจากนี้ ในส่วนของธุรกิจโรงภาพยนตร์ภายใต้ชื่อ กันตนา ซีนีเพล็กซ์ก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง เนื่องจากขณะนี้มีพันธมิตรเข้าร่วมเซ็นสัญญาธุรกิจโรงภาพยนตร์ในเฟสแรกเพียง300-400 โรงเท่านั้น ต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่วางไว้ว่าจะมีพันธมิตรสนใจเข้าร่วม 1,000 โรง เพราะขณะนี้ผลกระทบได้กระจายไปถึงในตลาดต่างจังหวัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าแผนการดำเนินธุรกิจโรงภาพยนตร์กันตนา ซีนีเพล็กซ์ จะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ แต่บริษัทก็ได้ปรับแผนการดำเนินธุรกิจ ด้วยการหันมาสร้างโรงภาพยนตร์ในเฟสแรกตามจำนวนที่ได้เซ็นสัญญา ซึ่งเดือนมิ.ย.คาดว่าการก่อสร้างน่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการ
“โรงหนังของเราจะต้องอยู่ภายในคอมมูนิตี้มอลล์ชื่อ กันตนา มูฟวี่มอลล์ ซึ่งในพื้นที่ค้าปลีกดังกล่าวจะเป็นพื้นที่ของโรงหนัง 200 ตร.ม. เนื่องจากโรงหนังของเราจะมีจำนวนที่นั่งเพียง 50 ที่นั่งเท่านั้น ขณะที่ราคาตั๋วก็จะอยู่ที่ 30 บาท เพราะเราต้องการให้คนในต่างจังหวัดได้ชมภาพยนตร์ในโรงหนัง ซึ่งจากราคาตั๋วดังกล่าวอาจทำให้ภาพยนตร์ที่เข้าฉายจะไม่ตรงกับภาพยนตร์ที่เข้าฉายในโรงหนังปกติ” นายจาฤก กล่าว
สำหรับทำเลที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในกว่า 40 จังหวัดที่พันธมิตรได้วางเงินมัดจำ เพื่อในการนำโรงภาพยนตร์ของกันตนา ซีนีเพล็กซ์ เข้าไปเปิดให้บริการ คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีประชากรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ดี บริษัทมั่นใจว่าสิ้นปีนี้บริษัทจะสามารถขยายโรงภาพยนตร์ได้ครบตามแผน 1,000 โรง ซึ่งปีแรกบริษัทคาดว่าจะมีรายได้จากโรงภาพยนตร์ 200-300 ล้านบาท ตามเป้าหมาย







