
ซื้อขายราคาห้องพักปี"58ส่อไม่ขยับหลังม็อบยืดเยื้อ
การต่อรองสัญญาราคาห้องพัก หรือคอนแทรกต์เรต (Contract Rate) กับตัวแทนจำหน่ายต่างประเทศข้ามไปปีหน้า ซึ่งปกติจะเจรจากันตั้งแต่ต้นปีล่วงหน้า มาในปีนี้ที่จะเจรจาราคาค่าห้องของปี 2558 ส่อจะต่อรองปรับราคาขึ้นยาก จากเฉลี่ยที่จะขึ้นปีละ 810% เพราะปัจจัยลบใหญ่การเมือง ยังไม่มีท่าทีจะสงบได้ในเร็ววันนี้
การต่อรองสัญญาราคาห้องพัก หรือคอนแทรกต์เรต (Contract Rate) กับตัวแทนจำหน่ายต่างประเทศข้ามไปปีหน้า ซึ่งปกติจะเจรจากันตั้งแต่ต้นปีล่วงหน้า มาในปีนี้ที่จะเจรจาราคาค่าห้องของปี 2558 ส่อจะต่อรองปรับราคาขึ้นยาก จากเฉลี่ยที่จะขึ้นปีละ 810% เพราะปัจจัยลบใหญ่การเมือง ยังไม่มีท่าทีจะสงบได้ในเร็ววันนี้
ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เปิดเผยว่า ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ การทำคอนแทรกต์เรตแต่ละปีจะขึ้นราคา 8-10% โดยตลาดที่ความต้องการท่องเที่ยวไทยสูง สามารถขึ้นราคาได้มากกว่าตลาดที่มีปัญหาเศรษฐกิจและการมาเที่ยวไทยชะลอ คอนแทรกต์เรตที่ทำปลายปีที่ผ่านมาจนถึงต้นปีนี้ จะเป็นราคาของฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ปลายปีนี้ไปถึงปี 2558 ทางเครือเซ็นทารายังอยู่ระหว่างเตรียมการ หากสถานการณ์ชุมนุมจบเร็วๆ นี้ คงขึ้นราคาได้ปกติ แต่ถ้ายืดเยื้อถึงช่วงจัดงานเอเยนต์ต่างชาติ ที่ปกติต่อรองราคาอยู่แล้วทุกปี อาจต่อรองมากกว่าเดิม ทำให้โรงแรมต้องคงราคาเดิม หรือขึ้นราคาได้ไม่มาก แต่คงไม่ทำให้ราคาลดลงจากปีนี้ เพราะต้นทุนทุกอย่างขึ้น
สำหรับคอนแทรกต์เรตปีนี้เซ็นสัญญานานแล้ว หลังจากนี้คงไม่ทำโปรโมชั่นราคาถูกดึงลูกค้าระยะยาว หากทำก็จะทำแค่ระยะสั้น กระตุ้นยอดขายให้แข่งขันได้กับจุดหมายทั่วโลกที่ต่างก็ต้องการดึงนักท่องเที่ยวเช่นกัน
ชนินทธ์ โทณวณิก กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เครือโรงแรมดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า ได้ทำคอนแทรกต์เรตปี 2558 กับเอเยนต์ในต่างประเทศบางส่วนแล้วปลายปีที่ผ่านมา และเดือน มี.ค.นี้ จะเป็นฤดูกาลเซ็นสัญญาซื้อขายกับตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศอีกช่วง ถ้าสถานการณ์ชุมนุมไม่เรียบร้อยเดือน ม.ค.นี้ ก็มีแนวโน้มว่าโรงแรมไทยต้องถูกตัวแทนจำหน่ายจากต่างประเทศกดราคาห้องพักมากขึ้น จนทำให้ราคาปีหน้าที่วางแผนขยับขึ้น ต้องถอยร่นกลับมาคิดที่ราคาเท่ากับปีนี้ แต่หากจบได้ดีเดือนนี้ ภาพรวมเหตุการณ์ไม่เลวร้าย แรงกดดันที่โรงแรมไทยจะถูกกดราคาห้องพักจะน้อยลง
“สิ่งที่เกิดขึ้น คือ โรงแรมในกรุงเทพฯ อัตราเข้าพักตกกันหมดเหลือ 20-30% พอเหตุการณ์ทุกอย่างจบ ทุกคนก็จะตัดราคากันแย่งลูกค้า รัฐบาลไทยไม่รู้จะใช้วิธีไหน ก็โปรโมทประเทศไทยด้วยการลดราคา จัดโครงการแกรนด์เซลลดราคาห้องพัก ดังนั้น ราคาห้องพักที่ควรดีขึ้น ก็จะต้องปรับลดลงแน่นอน” ชนินทธ์ กล่าว
ปิยะมาน เตชะไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ รีเจ้นท์ ชะอำ บีช รีสอร์ท และประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า ปกติ 1 ปีโรงแรมที่ไปเจรจาคอนแทรกต์เรตกับเอเยนต์ต่างชาติจะขึ้นราคา 810% แต่สถานการณ์ไทยมีชุมนุมแบบนี้ คาดว่าโรงแรมในกรุงเทพฯ อาจขึ้นราคาได้แค่ 34% โดยเฉพาะโรงแรมที่ไม่ใช่แบรนด์ใหญ่ ขณะที่จังหวัดท่องเที่ยวสำคัญที่มีเที่ยวบินตรงจากต่างประเทศไม่ผ่านกรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบน้อยจะขึ้นราคาได้มากกว่า
ทั้งนี้การไปเจรจารอบนี้เป็นช่วงที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ทำให้ชาวยุโรป แปลงราคาเที่ยวไทยจากบาท เป็นยูโร หรือดอลลาร์สหรัฐ รู้สึกว่า ได้ราคาห้องพักถูกลงอยู่แล้ว ดังนั้นหากราคาที่เป็นเงินบาทปรับขึ้นมาเล็กน้อยก็จะไม่รู้สึกสะเทือน ขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำปรับขึ้นจากกว่า 170 บาทต่อวัน เป็น 300 บาทต่อวัน เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ถ้าโรงแรมไม่ปรับขึ้นราคาเลยคงเป็นไปไม่ได้
สมชัย รัตนโอภาส กรรมการผู้จัดการ โรงแรมเอวัน กล่าวว่า ไม่ว่าสถานการณ์ในไทยเป็นแบบไหน เอเยนต์จากต่างประเทศก็ต่อรองราคาห้องพักเก่ง ซึ่งคอนแทรกต์เรตปีหน้าโรงแรมจะทำไว้ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ในช่วงนั้นยังไม่มีสถานการณ์ชุมนุมยืดเยื้อ คาดว่าราคาขึ้นได้ 10% เมื่อมาเจอสถานการณ์เช่นนี้ อาจทำให้ราคาห้องพักทำได้แค่เท่ากับปีนี้
มาริสา สุโกศล หนุนภักดี รองประธานกรรมการบริหารกลุ่มโรงแรมในเครือสุโกศล กล่าวว่า ถ้าไม่มีเหตุการณ์วุ่นวาย โรงแรมจะขึ้นราคา 510% เพื่อขายเอเยนต์ที่ไปร่วมงานส่งเสริมการขายท่องเที่ยว แต่เมื่อมีเหตุการณ์วุ่นวาย เชื่อเอเยนต์ต่อรองมากแน่
“เอเจนท์ที่ทำคอนแทร็ก เรต กับโรงแรมไปแล้วมักเคารพข้อตกลง และมีธรรมเนียมอยู่แล้วที่โรงแรมจะขึ้นราคาช่วง ไฮซีซั่น เริ่มตั้งแต่ พ.ย. คิดว่าการชุมนุมจะไม่มีผลต่อการขึ้นราคาปีหน้า สำหรับเอเจ้นท์ที่อำนาจต่อรองสูงสุด เป็นเอเจ้นท์แถบเอเชีย เป็นกลุ่มทัวร์ที่ไม่นิยมจองห้องพักล่วงหน้านาน เป็นลูกค้าเก่าแก่กับเครือเดอะสุโกศล และมาไทยบ่อยครั้ง” มาริสา กล่าว
อภิชาติ สังฆอารี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เออีดี เอเชีย ทราเวล กล่าวว่า บริษัททัวร์ต่างประเทศที่มีขนาดใหญ่มาเจรจาคอนแทรกต์เรตกับโรงแรมโดยตรง แต่ถ้าเป็นบริษัททัวร์รายย่อย จะซื้อขายห้องพักผ่านบริษัททัวร์ไทย หากไม่มีเหตุการณ์อะไรโรงแรมตั้งเป้าหมายขึ้นราคาให้ได้ 58%แต่ทุกครั้งที่มีวิกฤตเกิดขึ้นก่อนทำคอนแทร็ก เรต ก็จะส่งผลกระทบ เอเจ้นท์จะต่อรองมากขึ้น โดยเอเจ้นท์อังกฤษขึ้นชื่อเรื่องต่อรองราคามากที่สุด รองลงมาคือจีน ดังนั้นอาจทำให้ผู้ประกอบการแทบขึ้นราคาห้องพักไม่ได้เลย
หากผู้ประกอบการเข้มแข็งพอ พร้อมใจไม่ลดราคา ไม่ตัดราคากันเอง แม้เจอเอเจ้นท์ต่อรองราคามาก แต่ก็จะทำให้โรงแรมยังปรับขึ้นราคาได้ใกล้เคียงเป้าหมายที่หวังไว้







