
แห่ใช้อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง
กสิกรเผยชัตดาวน์กรุงเทพฯ ยอดใช้อินเทอร์เน็ต โมบายแบงก์กิ้งพุ่ง 15-20% เอทีเอ็มยอดตก 30%
กสิกรเผยชัตดาวน์กรุงเทพฯ ยอดใช้อินเทอร์เน็ต โมบายแบงก์กิ้งพุ่ง 15-20% เอทีเอ็มยอดตก 30%
นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ศูนย์ควบคุมส่วนกลาง (คอมมานด์ เซ็นเตอร์) ของธนาคารซึ่งทำหน้าที่เกาะติดสถานการณ์ชัตดาวน์กรุงเทพมหานคร (กทม.) ระหว่างวันที่ 13-17 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้รายงานภาพรวมผลกระทบที่เกิดขึ้นกับธนาคารว่า มีสาขาที่ได้รับผลกระทบรวม 16 แห่ง แบ่งเป็นสาขาที่ต้องปิดตลอด ทั้งวัน 2 แห่ง ได้แก่ สาขาศูนย์ราชการและสาขาอาคารเอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ ส่วนที่เหลืออีก 14 แห่ง ต้องเลื่อนเวลาปิดบริการให้เร็วขึ้น
ขณะเดียวกันธนาคารได้แจ้งปิดบริการศูนย์จ่ายเช็คสาขาเอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ สาขาพัฒน์พงศ์และสาขาคลองเตยเป็นการชั่วคราว โดยขอให้ลูกค้ามาติดต่อ รับเช็คที่ศูนย์บริการจ่ายเช็คอาคารเมืองไทย-ภัทร เป็นการชั่วคราว
อย่างไรก็ดี ธนาคารพบว่าการทำธุรกรรมการเงินผ่านบริการการเงินทางโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ต แบงก์กิ้ง ในช่วงของการชัตดาวน์ กทม. กลับมีปริมาณสูงขึ้นจากปกติราว 15-20% เพราะลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบการหันมาทำธุรกรรมออนไลน์มากขึ้น
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบระดับเงินสดในตู้เอทีเอ็มและการขนเงินล่าสุด พบว่า ยังมีเงินสดเพียงพอให้บริการ รถขนเงินยังให้บริการได้ในหลายเส้นทาง และยังไม่มีตู้เอทีเอ็มได้รับความเสียหายจากการชุมนุม ขณะที่ปริมาณธุรกรรมผ่าน ตู้เอทีเอ็มในบริเวณพื้นที่ชุมนุมของมวลชนได้ปรับตัวลดลงจากปกติ 30%
นายปกรณ์ กล่าวว่า ผลกระทบจากการชุมนุมขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้เพราะยังเป็นเพียงแค่ระยะสั้น จะต้องประเมินผลอีกครั้งในช่วงปลายเดือน ม.ค.นี้ โดยธนาคารพร้อมปรับแผนตามสถานการณ์ หากการชุมนุมยืดเยื้อออกไป
แหล่งข่าวจากธนาคารกรุงเทพแจ้งว่า ธุรกรรมการเบิกเงินสดในพื้นที่ชุมนุมเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับธุรกรรมออนไลน์แบงก์กิ้ง
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) แจ้งว่า ได้ปิดสาขา นางเลิ้งและสาขาศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เป็นการชั่วคราว







