
ชัตดาวน์เศรษฐกิจสูญวันพันล.
การปิดหรือชัตดาวน์กรุงเทพฯ วันที่ 13-17 ม.ค. 2557 ของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย
การปิดหรือชัตดาวน์กรุงเทพฯ วันที่ 13-17 ม.ค. 2557 ของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข.เกือบ 1 สัปดาห์ ได้สร้างความเสียหายให้เศรษฐกิจอย่างมาก “นายเชาว์ เก่งชน” กรรมการผู้จัดการบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า การปิดเส้นทางจราจรหลักในกรุงเทพฯ คาดว่าจะมีความสูญเสียทางเศรษฐกิจ 1,000 ล้านบาทต่อวัน
นางรุ่ง มัลลิกะมาส โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 22 ม.ค.นี้ ธปท.เตรียมนำผลกระทบจากการชุมนุมปิดกรุงเทพฯ รวมถึงผลกระทบที่มีต่อการเบิกจ่ายของภาครัฐในช่วงรัฐบาลรักษาการ และการปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ของสหรัฐ มาประกอบการกำหนดทิศทางนโยบายการเงินรวมถึงการประเมินภาวะเศรษฐกิจ
ตลาดการเงินยังสามารถทำงานได้เป็นปกติ โดยอัตราดอกเบี้ยพันธบัตร และอัตราแลกเปลี่ยนยังมีเสถียรภาพ สถาบันการเงินสามารถให้บริการได้เต็มรูปแบบ
ขณะที่สินเชื่อบุคคลเพิ่มขึ้น ในเดือน พ.ย. 2556 มียอดคงค้างสินเชื่อประเภทนี้ทั้งสิ้น 2.98 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อน 4.93 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.85%
รับจีดีพีวืดเป้าโตได้ 3%
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธานการประชุมรัฐมนตรีและหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ประเมินผลกระทบด้านเศรษฐกิจจากการชุมนุมทางการเมือง ถ้ายืดเยื้ออัตราการเติบโตเศรษฐกิจ (จีพีดี) ปีนี้อาจจะอยู่ที่ 3.1% และเป็นห่วงว่า ถ้าวันที่ 2 ก.พ.นี้ไม่มีเลือกตั้งและการชุมนุมยืดเยื้อ จะกระทบเป็นลูกโซ่ อาจซ้ำรอยวิกฤตฟองสบู่ปี 2540 และกดเศรษฐกิจโตแค่ 2%
แบงก์ปิดก่อนเวลา 44 สาขา
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานยอดปิดสถาบันการเงิน ที่ได้รับผลกระทบจากการชัตดาวน์กรุงเทพฯ วันที่ 5 ตามที่สถาบันการเงินรายงานเข้ามา ว่า มีธนาคารพาณิชย์ปิดทำการทั้งวันและขอปิดก่อนเวลาทั้งสิ้น 44 สาขา แบ่งเป็นปิดทั้งวัน 32 สาขา และปิดก่อนเวลา 12 สาขา
ทองเยาวราชปิด
วันที่ 13 ม.ค. ร้านค้าทองและสาขาธนาคารย่านเยาวราชปิดทำการทั้งหมด และยังฉุดยอดขายทองคำออนไลน์ของร้านค้าทองออนไลน์ 2 แห่งลดลงประมาณ 30-50% จากภาวะปกติ
สำนักงานใหญ่ ตลท.ปิด
ผลจากการที่เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ขู่ว่าจะปิดที่ทำการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) วันที่ 15 ม.ค. แต่ไม่ได้มาตามคำขู่ ได้ส่งผลให้ ตลท.ประกาศปิดทำการสำนักงานใหญ่ที่ ถนนรัชดาภิเษก คลองเตย ตั้งแต่วันที่ 1420 ม.ค. โดยให้พนักงานส่งคำสั่งซื้อขายจากที่บ้านและแจ้งเปลี่ยนแปลงสถานที่ให้บริการผู้ลงทุนและผู้ติดต่อรับส่งเอกสาร เพื่อความสะดวกในการเดินทางของผู้มาติดต่อกับ ตลท.จากสำนักงานใหญ่ เป็น ศูนย์การค้าเอสพละนาด รัชดาภิเษก ชั้น 2 บริเวณห้องสมุดมารวย ตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค. 2557 เป็นต้นไป
ระบบซื้อขายหุ้นปกติ
นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แถลงว่า ก.ล.ต.พร้อมรองรับกับการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. โดยได้ตรวจสอบสถานะการเงินหรือทดสอบความแข็งแกร่งของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ต่อเนื่องทุกวันนับตั้งแต่ต้นปีนี้ พบว่ายังมีความพร้อมรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน และสามารถรองรับตลาดหุ้นตกอย่างรุนแรงในระดับ 5-15% ติดต่อกันระยะเวลา 5 วัน
หุ้นไทยเพิ่มเล็กน้อย
ดัชนีตลอดสัปดาห์ที่ปิดกรุงเทพฯ กลับเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,295.41 จุด เพิ่มขึ้น 3.18% ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 2.53% มาอยู่ที่ 34,274.26 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ และนักลงทุนสถาบัน ซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติ และนักลงทุนรายย่อย ขายสุทธิ
ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ หลังรัฐบาลเสนอทางเลือกในการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาการเมือง ขณะที่ ต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อหุ้นไทยอีกครั้ง ก่อนที่จะปรับลดลงอีกครั้งในวันพุธ หลังความพยายามในการแก้ปัญหาการเมืองไม่ได้ข้อยุติ แรงซื้อเก็งกำไรของนักลงทุนได้หนุนการปรับขึ้นของตลาดในวันพฤหัสบดี จากนั้น ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงในวันศุกร์หลังสถานการณ์ทางการเมืองเริ่มมีความตึงเครียดเพิ่มมากขึ้น







