posttoday
ก้าวแรกสู่การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์

ก้าวแรกสู่การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์

18 มกราคม 2557

สวัสดีท่านผู้อ่านค่ะ หลังจากห่างหายไปนาน ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าสถานการณ์บ้านเมืองของประเทศ

สวัสดีท่านผู้อ่านค่ะ หลังจากห่างหายไปนาน ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าสถานการณ์บ้านเมืองของประเทศเป็นเรื่องที่ทุกคนต่างให้ความสนใจ อย่างไรก็ขอให้สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วค่ะ และช่วงสัปดาห์นี้ตลาดหุ้นไทยค่อนข้างผันผวน เช้าปิดลบ บ่ายปิดบวก ทำให้ตลาดหุ้นไทยในบ้านเราคึกคักพอสมควร ทำให้เห็นว่ายังมีผู้ประกอบการไม่น้อยที่สนใจการลงทุนในหุ้น ซึ่งจะเริ่มต้นอย่างไร ซื้อขายที่ไหน การเล่นหุ้นหรือการลงทุนในหุ้นคืออะไร ตลอดทั้งปีนี้จะนำเสนอให้เป็นระยะๆ ค่ะ

เริ่มจากสัปดาห์นี้ขอเริ่มต้นด้วยเรื่องของ 3 ขั้นตอน...สู่การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ผู้ลงทุนควรกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายการลงทุนให้ชัดเจน เตรียมจัดสรรเงินออมที่ต้องการเพื่อมิให้กระทบต่อแผนการใช้จ่ายหรือการลงทุนด้านอื่นๆ รวมทั้งต้องวางแผนการลงทุนและการเลือกประเภทของหลักทรัพย์ที่จะลงทุนให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมาย แล้วและเมื่อสามารถเลือกหลักทรัพย์ที่ต้องการลงทุนได้แล้ว ผู้ลงทุนจึงเริ่มสู่ขั้นตอนการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 เปิดบัญชีเพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัทหลักทรัพย์ ก่อนซื้อขายหลักทรัพย์ ผู้ลงทุนต้องติดต่อกับสมาชิกหรือบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตเป็นตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งบริษัทสมาชิกแต่ละแห่งอาจกำหนดเงื่อนไขในการพิจารณารับลูกค้าแตกต่างกัน เช่น การพิจารณาฐานะทางการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ การกำหนดวงเงินซื้อขายหลักทรัพย์ให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย โดยอาจพิจารณาจากหลักฐานต่างๆ ที่แสดงถึงทรัพย์สิน รายได้ หรือตำแหน่งงานของลูกค้า รวมทั้งพิจารณาความเหมาะสมด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเป้าหมายการลงทุน ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนในหลักทรัพย์ และระดับการยอมรับความเสี่ยง โดยการพิจารณาดังกล่าวเพื่อเป็นประโยชน์ในการกำหนดประเภทบัญชีและวิธีการให้คำแนะนำด้านการลงทุนที่เหมาะสม

สำหรับการเลือกบริษัทหลักทรัพย์มีเคล็ดลับมาฝาก คือ เป็นพี่เลี้ยงที่ดีสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่, ให้บริการข้อมูลและข่าวสาร, สนองคำสั่งซื้อขายอย่างถูกต้องและรวดเร็ว, มีฐานะการเงินมั่นคง, มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย, มีระบบเอกสารและบริการหลังการซื้อขายที่ดี

สำหรับบัญชีเพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

1.บัญชีเงินสด (Cash Account) เป็นบัญชีเพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์โดยชำระเงินค่าซื้อหลักทรัพย์เต็มจำนวนด้วยเงินสด โดยลูกค้าต้องวางทรัพย์สินเป็นหลักประกันก่อนการซื้อขายด้วยเงินสดในอัตราต่ำกว่าร้อยละ 15 ของจำนวนเงินที่ลูกค้าซื้อได้ และต้องไม่เกินวงเงินที่บริษัทอนุมัติตามฐานะการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ ซึ่งสินทรัพย์ที่สามารถใช้เป็นหลักประกัน ได้แก่ เงินสด หลักทรัพย์จดทะเบียนที่ลูกค้าซื้อหรือฝากไว้ รวมถึงหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นๆ ตามประกาศของ ก.ล.ต. ส่วนกรณีการขายหลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์การชำระราคาการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ กำหนดให้ลูกค้าต้องชำระค่าซื้อขายหลักทรัพย์ภายใน 3 วันทำการ ถัดจากวันที่ซื้อขายหลักทรัพย์ และบริษัทสมาชิกจะโอนเงินค่าขายหลักทรัพย์ให้แก่ลูกค้าในวันทำการที่ 3 ถัดจากวันที่ขายหลักทรัพย์ ซึ่งมีการใช้คำศัพท์เฉพาะ คือ T+3 หมายถึง 3 วันทำการหลังจากมีการตกลงซื้อขาย ณ วันที่ T

2. บัญชีมาร์จิน (Margin Account) หรือ เครดิตบาลานซ์ (Credit Balance) เป็นบัญชีสำหรับลูกค้าที่ต้องการซื้อขายหลักทรัพย์โดยชำระเงินค่าซื้อหลักทรัพย์เป็นเงินสดส่วนหนึ่ง และกู้ยืมเงินจากบริษัทสมาชิกอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งจะสามารถกู้ยืมได้ตามอัตราที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดในการซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยระบบเครดิตบาลานซ์ ลูกค้าต้องวางเงินสดจำนวนหนึ่งไว้กับบริษัทสมาชิกเพื่อเป็นหลักประกันก่อนการซื้อขาย ซึ่งมีจำนวนขั้นต่ำไม่น้อยกว่าอัตรามาร์จินเริ่มแรกที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนด และเงินจำนวนนี้จะบันทึกรายการไว้ใน Cash Balance ของลูกค้ารายนั้น เมื่อลูกค้าสั่งซื้อหลักทรัพย์ บริษัทสมาชิกจะหักค่าหลักทรัพย์ออกจากยอดเงินดังกล่าว และหากลูกค้าซื้อเกินจำนวนเงินที่วางเป็นหลกัประกันไว้ บริษัทสมาชิกจะให้ลูกค้ากู้ยืมเงินเท่ากับจำนวนที่ยังขาดอยู่ และวางหลักทรัพย์ที่ซื้อเพื่อเป็นประกัน ในกรณีที่ราคาหลักทรัพย์มีการปรับตัวลดลงจนถึงอัตราที่มีการบังคับให้วางหลักประกันเพิ่ม (Margin Call) บริษัทสมาชิกก็จะเรียกหลักประกันเพิ่มกับลูกค้า ซึ่งได้แก่ เงินสด หลักทรัพย์จดทะเบียน ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล บัตรเงินฝาก เป็นต้น หากไม่สามารถวางหลักประกันเพิ่มได้และราคาหลักทรัพย์ลดลงจนอัตรามาร์จินเท่ากับหรือต่ำกว่าอัตราที่ต้องดำเนินการบังคับชำระหนี้ บริษัทสมาชิกสามารถบังคับให้ลูกค้าทำการขายหลักทรัพย์ หรือดำเนินการบังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน เพื่อนำเงินมาชำระเป็นหลักประกันในบัญชีของลูกค้าให้มาร์จินมีอัตราสูงกว่าที่ต้องดำเนินการบังคับชำระหนี้

(อ่านต่อฉบับหน้า)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท