
ตลาดเริ่มไม่มีส่วนลดจากความเสี่ยงการเมือง...มีความเสี่ยงขาลงกรณีรุนแรง
ทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมา การปรับตัวขึ้นเริ่มชะลอตัวลงเรื่อยๆ
ทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมา การปรับตัวขึ้นเริ่มชะลอตัวลงเรื่อยๆ หลังจากขึ้นมามากจากจุดต่ำสุดที่บริเวณ 1,205 จุด เริ่มแกว่งตัวออกด้านข้างยังไม่สามารถผ่านระดับแนวต้านที่บริเวณ 1,320 จุดได้ นักลงทุนต่างชาติที่เคยซื้อสุทธิก็กลับมาเป็นผู้ขายสุทธิ ในขณะที่สถานการณ์ทางการเมืองยังเป็นความเสี่ยงหลักต่อตลาด และส่งผลกระทบให้ตลาดผันผวนตามข่าวที่เข้ามารายวัน โดยแนวโน้มการใช้ความรุนแรงที่มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากการในวางระเบิด/ประทัดยักษ์ในตอนกลางคืน กลับมามีเหตุการณ์ในช่วงกลางวัน ทำให้ระยะสั้นความเสี่ยงจากทางด้านการเมืองยังคงเพิ่มขึ้น สวนทางกับราคาที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง
ทิศทางในระยะสั้น ตลาดไปทำจุดสูงสุดที่ระดับ PER 11.50 เท่า แม้ว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ PER 12.50 เท่าอยู่บ้าง แต่หากพิจารณาจากความเสี่ยงด้านการเมืองที่มีสัญญาณจากการใช้ความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เทียบกับราคาหุ้นที่ขึ้นมาต่อเนื่อง และเข้าใกล้ค่าเฉลี่ยที่ไม่มีส่วนลดทางการเมืองเลยที่ระดับ PER 12.50 เท่า
เราประเมินว่าตลาดเริ่มมีความเสี่ยงขาลงในระยะสั้น โดยเฉพาะหากมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น
ในทางเทคนิค ตลาดมีแนวต้านหลักที่บริเวณ 1,320 จุด ในขณะที่จุดตัดสินใจว่าการปรับฐานของตลาดรอบนี้จะลึกหรือไม่อยู่ที่บริเวณ 1,275 จุด หากอ่อนตัวลงหลุดต่ำกว่าการปรับฐานจะเกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยแนวรับหลักถัดไปจะอยู่ที่บริเวณ 1,240-1,230 จุด หากอ่อนตัวลงหลุดอีกมีโอกาสทำจุดต่ำสุดใหม่ โดยความเสี่ยงมากสุดของตลาดประเมินว่าอยู่ที่ระดับ 1,095 จุด หรือซื้อขายที่ PER 9.5 เท่า ที่รองรับสถานการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาได้
ส่วนปัจจัยภายนอก ตลาดจับตาผลการประชุมเฟดในวันที่ 28-29 ม.ค.นี้ ซึ่งจะเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของประธานเฟดคนปัจจุบัน เพื่อที่จะส่งมอบให้กับประธานเฟดคนใหม่ เจเน็ต เยลเลน หากผลการประชุมไม่มีการปรับลด QE ลงอีก 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน จะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาด โดยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในต้นเดือนที่ออกมาแย่ อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่หนุนให้เฟดคงปริมาณการซื้อสินทรัพย์ที่ระดับ 7.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อไป หลังจากมีการปรับลดไปแล้วในการประชุมครั้งก่อน
ส่วนทิศทางราคาทองคำ ในระยะสั้นให้ดูระดับแนวรับที่มีนัยสำคัญที่บริเวณ 1,230+/-5 เหรียญสหรัฐ หากยังไม่อ่อนตัวลงหลุดต่ำกว่ามีโอกาสปรับตัวขึ้นเพื่อทดสอบแนวต้าน 1,270-1,280 เหรียญสหรัฐ แต่หากหลุดต่ำกว่าจะจบรอบการแกว่งตัวขึ้น ซึ่งในมุมมองเราประเมินว่าทองคำยังมีโอกาสกลับมาแกว่งตัวขึ้น หลังจากที่ตัวเลขภาคแรงงานสหรัฐที่เริ่มอ่อนตัวลง และหากเฟดยังไม่มีการลด QE ในการประชุมครั้งนี้จะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ
กลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำให้นักลงทุนรอการปรับตัวของหุ้นลงมาก่อนค่อยทยอยซื้อ เนื่องจากที่ระดับราคาเริ่มไม่มีส่วนลดจากเหตุการณ์ทางการเมืองมากนัก เมื่อเทียบกับแนวโน้มการใช้ความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้น โดยให้ดูระดับที่น่าสนใจทางเทคนิคประกอบที่ 1,275 จุด หากอ่อนตัวลงมาให้ไปรอซื้อดักดีดกลับสั้นที่บริเวณ 1,240-1,230 จุด และให้คำนึงว่าความเสี่ยงมากสุดจะอยู่ที่ 1,095 จุด ให้เผื่อเงินสดเพื่อทยอยซื้อกรณีลงแรง ส่วนทองคำ แนะนำให้ดูที่บริเวณ 1,230+/5 เหรียญสหรัฐ โดยแนวต้านอยู่ที่บริเวณ 1,280 และ 1,320 เหรียญสหรัฐ







