posttoday
บาทอ่อนไวธปท.เข้าอุ้มศก.แย่ส่งผลค่าเงินป่วน

บาทอ่อนไวธปท.เข้าอุ้มศก.แย่ส่งผลค่าเงินป่วน

18 มกราคม 2557

ธปท.แทรกแซงตลาด ไม่ให้เงินบาทอ่อนค่าเร็วเกินไป ทำทุนสำรองหด 100 ล้านเหรียญสหรัฐ

ธปท.แทรกแซงตลาด ไม่ให้เงินบาทอ่อนค่าเร็วเกินไป ทำทุนสำรองหด 100 ล้านเหรียญสหรัฐ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานฐานะเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ วันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่า อยู่ที่ระดับ 1.665 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5.498 ล้านล้านบาท ลดลง 100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,275 ล้านบาทหากคิดอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันที่ระดับ32.75 บาท/เหรียญสหรัฐ เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าที่ระดับ 1.666 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5.501 ล้านล้านบาท

ขณะที่ฐานะซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าสุทธิ (Forward) อยู่ที่ระดับ 2.30 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 400 ล้านเหรียญสหรัฐ จากสัปดาห์ก่อนหน้า 2.26 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ทุนสำรองระหว่างประเทศสุทธิ ซึ่งรวมทุนสำรองฯในปัจจุบันและForwardแล้ว อยู่ที่ระดับ 1.895 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ คาดว่า สาเหตุที่ทุนสำรองลดลงอย่างต่อเนื่องน่าจะเป็นเพราะ ธปท.ต้องทยอยปล่อยสภาพคล่องเงินเหรียญสหรัฐในทุนสำรองฯ ออกมาในระบบ เพื่อชะลอการอ่อนค่าลงของเงินบาทไม่ให้อ่อนค่าผันผวนเร็วเกินไป หลังเงินเหรียญสหรัฐปรับแข็งค่าขึ้นตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีขึ้น ต่างจากเศรษฐกิจไทยที่ชะลอลงและยังมีปัญหาการชุมนุมทางการเมืองที่มีผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน ทำให้เงินทุนทยอยไหลออกจากไทยและเงินบาทอ่อนค่าลง ปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 32.75 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และมีแนวโน้มอ่อนค่าลงได้อีก

สำหรับฐานเงิน หรือเงินสดหมุนเวียนในมือภาคเอกชนและเงินฝากของสถาบันการเงิน ปัจจุบันอยู่ที่ 1.509 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7 หมื่นล้านบาท จากสัปดาห์ก่อนหน้า 1.546 ล้านล้านบาท ปริมาณเงินเพิ่มขึ้นตามความต้องการถือเงินไว้ใช้จ่ายในช่วงการชุมนุมเพิ่มขึ้น

นักบริหารเงินธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า เงินบาทปิดตลาดอยู่ที่ระดับ 32.85/87 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับค่าเงินในภูมิภาคและสถานการณ์ทางการเมืองที่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น

"เงินบาทปรับตัวอ่อนค่าตามภูมิภาค ประกอบกับมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นด้วย แต่ตลาดยังรอดูสถานการณ์ช่วง weekend" นักบริหารเงิน กล่าว

นักบริหารเงิน คาดการณ์เงินบาทในสัปดาห์หน้าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.70-33.00 บาท/ดอลลาร์

"มีสิทธิ์ break (33 บาท/ดอลลาร์) หากสถานการณ์ดูไม่ดี" นักบริหารเงิน กล่าว

ด้านตลาดหุ้นรูดลงแรงกว่า 13 จุดทันทีที่เปิดตลาดในช่วงบ่าย หลังเกิดการโยนระเบิดใส่กลุ่ม กปปส.ทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก แต่ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงก็เป็นจังหวะในการซื้อกลับ ส่งผลให้ดัชนีกระเตื้องขึ้นมาปิดที่ระดับ 1295.41 ลดลง 6.07 จุด มูลค่าการซื้อขาย 32,887 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 606 ล้านบาท จากที่ถล่มขายมาหลายวันมากกว่า 1,000 ล้านบาทต่อวัน

นายกิจพล ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย กล่าวว่า ดัชนีหุ้นที่ปรับตัวลงไม่มากแม้ว่าสถานการณ์ทางเมืองจะเริ่มเกิดเหตุความรุนแรงในหลายจุด ทั้งเหตุ

ระเบิดและการยิง เนื่องจากได้รับอิทธิพลเชิงบวกจากตลาดหุ้นในภูมิภาเอเชียซึ่งในบางตลาดสามารรถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้แม้ในบางตลาดจะเริ่มจะติดลบ

เนื่องจากภาพตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่และเอเชียในปีนี้เริ่มมีแนวโน้มปรับดีขึ้น หลังจากในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2556 ที่ถูกกดดันจากรวมการชะลอตัวของเศรษฐกิจในกลุ่ม

ขณะที่การฟื้นตัวของหุ้นไทยในช่วงระหว่างสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยเฉพาะหุ้นมาร์เก็ตขนาดใหญ่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงเฉลี่ยประมาณ 15-20% และในช่วงท้ายสัปดาห์เริ่มเห็นแรงเก็งกำไรของนักลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็ก เนื่องจาก นักลงทุนคาดการณ์ล่วงหน้าว่าการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ในกลางสัปดาห์หน้าคาดว่าจะมีมติ

ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง

สำหรับ แนวโน้มภาวะตลาดหุ้นในสัปดาห์หน้า ประเมินว่าจะยังมีความเคลื่อนไหวที่ผันผวนในกรอบแนวรับ 1,280 จุด และแนวต้านที่ 1,320 จุด ตามสถานการณ์ปัญหาทางการเมือง คาดว่าสถานการณ์จะยังคงยืดเยื้อยาวต่อไป เพราะรัฐบาลจะยุทธวิธียังอดทนทำหน้าที่ต่อไปเพื่อให้ถึงวันจัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 ก.พ. และเพื่อให้กระแสต่อต้านตีกลับไปยังกลุ่มผู้ชุมนุม คปปส.เพราะการชุมนุมจะมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนในกรุงเทพ

นอกจากนี้ นักลงทุนจะเริ่มชะลอการลงทุน เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลที่จะเริ่มทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2556 ที่จะเริ่มทยอยออกมาในสัปดาห์หน้า เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจการลงทุน อีกทั้ง คาดว่าการเคลื่อนไหวของดัชนีในช่วงครึ่งแรกปีนี้ยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นได้จำกัด ซึ่งจะจะมีกรอบการเคลื่อนไหวระหว่าง 1,200-1,400 จุด โดยรวมถึงในกรณีที่เลวร้ายจน หากปัญหาการเมืองยืดเยื้อจนกระทบการส่งออกและการบริโภคในประเทศ จนกระทบต่อการเติบโตของจีดีพีในปีนี้ที่เดิมประเมินว่าจะขยายตัวในกรอบ 3.4-4.5% จะเหลือเพียง 0.5.2.5%

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน