
ต่างชาติยกการเมืองทำต้นทุนสูง
ต่างชาติบวกความเสี่ยงการเมืองเป็นต้นทุนธุรกิจเพิ่ม หากจะลงทุนในไทย
ต่างชาติบวกความเสี่ยงการเมืองเป็นต้นทุนธุรกิจเพิ่ม หากจะลงทุนในไทย
เว็บไซต์บลูมเบิร์ก บิซิเนส วีก รายงานว่า ความคุ้นชินกับปัญหาการเมืองไทยที่ดำเนินมาต่อเนื่องนับตั้งแต่หลังรัฐประหาร 2549 ถูกนักลงทุนต่างชาติมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของภูมิศาสตร์ประเทศที่ต้องบวกเป็นต้นทุนในการดำเนินธุรกิจไปแล้ว เช่นเดียวกับการลงทุนในฟิลิปปินส์ที่มีต้นทุนภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือในอินเดียที่มีต้นทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ทรุดโทรม
“นับเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้บริษัทจัดอันดับเครดิต ฟิทช์ เรตติ้งส์ ยังคงอันดับเครดิตและแนวโน้มเครดิตของไทยไว้ที่เดิม แม้ว่ากลุ่มผู้ประท้วงจะยกระดับออกมาชุมนุมปิดกรุงเทพฯ ในสัปดาห์นี้ก็ตาม” รายงานดังกล่าว ระบุ
นายแอนดรูว์ โคลกูฮาวน์ หัวหน้าฝ่ายอันดับเครดิตเอเชียแปซิฟิก ของฟิทช์ เรตติ้งส์ เปิดเผยว่า เราเห็นปัญหาการเมืองเกิด ขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตั้งแต่กลางยุค 2000ทว่ากลับไม่ได้ ส่งผลกระทบด้านลบที่ชัดเจนต่อเศรษฐกิจหรือเสถียรภาพของระบบการเงินการธนาคาร ด้วยเหตุผลเหล่านี้ บริษัทจัดอันดับเครดิตจึงมองข้ามการชุมนุมครั้งล่าสุดนี้ไป
ด้านวอลสตรีท เจอร์นัล ระบุในทิศทางเดียวกันว่า ตลาดหุ้นไทยยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนซึ่งกลับเข้ามาซื้ออีกครั้ง เนื่องจากไทยยังมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง เช่น ดุลบัญชีเดินสะพัด เกินดุล และภาวะเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับที่ต่ำ
อย่างไรก็ตาม บลูมเบิร์กยัง ได้เปิดเผยผลสำรวจความเห็น นักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำ 8 คน ซึ่งส่วนใหญ่เชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 22 ม.ค. เนื่องจากปัญหาทางการเมืองกำลังส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจประเทศ โดยคาดว่าจะลดอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตร 1 วัน ลง 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 2%
ขณะที่เว็บไซต์แชนเนล นิวส์ เอเชีย รายงานว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองยังคงยืดเยื้อออกไป ไทยก็อาจเผชิญความเสี่ยงด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) โดยเฉพาะการลงทุนด้านยานยนต์
สำหรับสื่อของสิงคโปร์ระบุว่า ปัจจุบันหลายประเทศในอาเซียนต่างเดินหน้าขับเคี่ยวกันด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ เช่น อินโดนีเซีย และล่าสุดมาเลเซียได้เปิดนโยบายยานยนต์แห่งชาติฉบับใหม่ ซึ่งมีการเปิดกว้างและออกนโยบายดึงดูดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนได้มากขึ้น อาทิ มาตรการจูงใจทางภาษี ลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลง หรือให้สิทธิประโยชน์กับบริษัทรถยนต์ต่างชาติที่มาลงทุนสร้างโรงงานในไทย
ในวันเดียวกัน นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้คู่ค้าต่างประเทศแสดงความเป็นห่วงและสอบถามผู้ประกอบการไทยมาอย่างต่อเนื่องว่า การชุมนุมที่ยืดเยื้อจะกระทบการผลิตสินค้าหรือไม่ โดยคู่ค้าต่างประเทศได้กำชับให้ ผู้ประกอบการไทยส่งรายงานเป็นเอกสารด้วยว่ามีกำลังการผลิตอย่างไร พนักงานหยุดงานมากน้อยเพียงใด จะมีผลกระทบต่อการผลิตหรือไม่ เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับสินค้าตรงตามเวลา







