
ของแพง
ล่วงเข้าสู่ปีใหม่ 2557 มาหลายวัน แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลง คือ ราคาข้าวของที่แพงเสมอต้นเสมอปลาย จะกินข้าวแต่ละมื้อต้องมีเงินอย่างน้อย 50 บาท ให้อุ่นใจ หรือหากใครเลี้ยงพุงไว้ดูเล่นก็อาจต้องเตรียมเงินไว้หลักร้อย
ล่วงเข้าสู่ปีใหม่ 2557 มาหลายวัน แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลง คือ ราคาข้าวของที่แพงเสมอต้นเสมอปลาย จะกินข้าวแต่ละมื้อต้องมีเงินอย่างน้อย 50 บาท ให้อุ่นใจ หรือหากใครเลี้ยงพุงไว้ดูเล่นก็อาจต้องเตรียมเงินไว้หลักร้อย
ยังไม่นับรวมข้าวของเครื่องใช้จิปาถะที่พาเหรดขึ้นราคา หรือไม่ก็ลดปริมาณลงแบบเนียนๆ เพราะเหตุผลจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่เงินเดือนและค่าจ้างปรับตามไม่ทัน
ภาวะค่าครองชีพที่แพงขึ้นไม่เพียงเกิดขึ้นในไทย แต่ยังเกิดกับเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียด้วย เห็นได้จากการรวมตัวประท้วงของชาวมาเลเซียในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เพื่อแสดงความไม่พอใจที่รัฐบาลมาเลเซียประกาศขึ้นภาษีน้ำมัน ลดการอุดหนุน รวมถึงขึ้นภาษีบางรายการ เพราะต้องการลดการขาดดุลงบประมาณ แต่จะส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น
สเตรทไทม์ส รายงานว่า ชาวมาเลเซียเริ่มเผชิญกับภาระค่าครองชีพที่แพงขึ้นแล้ว ตั้งแต่ค่าซักรีดที่ปรับขึ้น 20% โดยค่าซักรีดเสื้อเชิ้ต 1 ตัว อยู่ที่ 1.20 ริงกิต จากเดิมที่ 1 ริงกิต (ราว 0.30 เหรียญสหรัฐ) หลังจากรัฐบาลมาเลเซียปรับขึ้นค่าไฟฟ้าตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.เป็นต้นมา
ร้านรวงต่างๆ เริ่มทยอยปรับขึ้นราคาสินค้าเฉลี่ยราว 20% เพราะที่สุดแล้ว ผู้ประกอบการก็ย่อมผลักภาระต้นทุนมาให้ผู้บริโภค หว่อง ชิน ฮวด อาจารย์จากปีนัง อินสติติวท์ มองว่า นี่เป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น ภาคธุรกิจน่าจะยังปรับขึ้นราคากันอีกหลายระลอก หากต้นทุนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีนี้
ชาวมาเลเซียต่างไม่พอใจที่ต้องแบกรับค่าครองชีพที่แพงขึ้นแทบทุกอย่าง ตั้งแต่ค่าไฟฟ้า น้ำมัน ไปจนถึงราคาอาหาร ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ต่ำกว่า 3% เนื่องจากรัฐบาลลดการอุดหนุนสินค้าหลายรายการที่น่าจะกระทบกับกระเป๋าสตางค์ของประชาชน
โดยรัฐบาลมาเลเซียทยอยลดการอุดหนุนมาเป็นระยะ เริ่มจากลดอุดหนุนน้ำมันเป็นอันดับแรก ตั้งแต่เมื่อเดือน ก.ย.ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นครั้งแรกนับจากปี 2553 ส่งผลให้ราคาน้ำมันขยับขึ้นจากลิตรละ 1.90 ริงกิต เป็น 2.10 ริงกิต ตามด้วยลดการอุดหนุนน้ำตาลในเดือน ต.ค. ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่กิโลกรัมละ 2.80 ริงกิต จาก 2.50 ริงกิต
ล่าสุด มาเลเซียเพิ่งปรับขึ้นค่าไฟฟ้าระหว่าง 14.916.9% เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.เป็นต้นมา รวมทั้งมีข่าวว่าจะปรับขึ้นค่าทางด่วน 13 เส้นทางในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะทำให้ธุรกิจรถโรงเรียนอาจปรับขึ้นค่าโดยสารประมาณ 40%
ฉั่ว ฮัก บิน นักเศรษฐศาสตร์ด้านอาเซียนประจำแบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์ มองว่า ช่วงเฉลิมฉลองก่อนเลือกตั้งผ่านไปแล้ว เหลือแต่การเผชิญหน้ากับความจริงหลังเลือกตั้ง ซึ่งเป็นไปได้ที่ราคาน้ำมันจะขยับขึ้นอีก หากรัฐบาลลดการอุดหนุนลงอีก 15% ขณะที่อัตราเงินเฟ้ออาจอยู่ที่ 3.6% ในปีนี้ และ 4.5% ในปี 2558 จาก 2.8% ในเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว
ทั้งนี้ รัฐบาลมาเลเซียเผชิญแรงกดดันให้ปรับลดรายจ่ายลง เนื่องจากหนี้สาธารณะที่พุ่งสูงขึ้นแตะเพดานที่กำหนดไว้ที่ 55% ของจีดีพี และเป็นหนึ่งในประเทศที่มีระดับหนี้ต่อจีดีพีสูงสุดในเอเชีย n
ของแพงล่วงเข้าสู่ปีใหม่ 2557 มาหลายวัน แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลง คือ ราคาข้าวของที่แพงเสมอต้นเสมอปลาย จะกินข้าวแต่ละมื้อต้องมีเงินอย่างน้อย 50 บาท ให้อุ่นใจ หรือหากใครเลี้ยงพุงไว้ดูเล่นก็อาจต้องเตรียมเงินไว้หลักร้อย
ยังไม่นับรวมข้าวของเครื่องใช้จิปาถะที่พาเหรดขึ้นราคา หรือไม่ก็ลดปริมาณลงแบบเนียนๆ เพราะเหตุผลจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่เงินเดือนและค่าจ้างปรับตามไม่ทัน
ภาวะค่าครองชีพที่แพงขึ้นไม่เพียงเกิดขึ้นในไทย แต่ยังเกิดกับเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียด้วย เห็นได้จากการรวมตัวประท้วงของชาวมาเลเซียในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เพื่อแสดงความไม่พอใจที่รัฐบาลมาเลเซียประกาศขึ้นภาษีน้ำมัน ลดการอุดหนุน รวมถึงขึ้นภาษีบางรายการ เพราะต้องการลดการขาดดุลงบประมาณ แต่จะส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น
สเตรทไทม์ส รายงานว่า ชาวมาเลเซียเริ่มเผชิญกับภาระค่าครองชีพที่แพงขึ้นแล้ว ตั้งแต่ค่าซักรีดที่ปรับขึ้น 20% โดยค่าซักรีดเสื้อเชิ้ต 1 ตัว อยู่ที่ 1.20 ริงกิต จากเดิมที่ 1 ริงกิต (ราว 0.30 เหรียญสหรัฐ) หลังจากรัฐบาลมาเลเซียปรับขึ้นค่าไฟฟ้าตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.เป็นต้นมา
ร้านรวงต่างๆ เริ่มทยอยปรับขึ้นราคาสินค้าเฉลี่ยราว 20% เพราะที่สุดแล้ว ผู้ประกอบการก็ย่อมผลักภาระต้นทุนมาให้ผู้บริโภค หว่อง ชิน ฮวด อาจารย์จากปีนัง อินสติติวท์ มองว่า นี่เป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น ภาคธุรกิจน่าจะยังปรับขึ้นราคากันอีกหลายระลอก หากต้นทุนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีนี้
ชาวมาเลเซียต่างไม่พอใจที่ต้องแบกรับค่าครองชีพที่แพงขึ้นแทบทุกอย่าง ตั้งแต่ค่าไฟฟ้า น้ำมัน ไปจนถึงราคาอาหาร ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ต่ำกว่า 3% เนื่องจากรัฐบาลลดการอุดหนุนสินค้าหลายรายการที่น่าจะกระทบกับกระเป๋าสตางค์ของประชาชน
โดยรัฐบาลมาเลเซียทยอยลดการอุดหนุนมาเป็นระยะ เริ่มจากลดอุดหนุนน้ำมันเป็นอันดับแรก ตั้งแต่เมื่อเดือน ก.ย.ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นครั้งแรกนับจากปี 2553 ส่งผลให้ราคาน้ำมันขยับขึ้นจากลิตรละ 1.90 ริงกิต เป็น 2.10 ริงกิต ตามด้วยลดการอุดหนุนน้ำตาลในเดือน ต.ค. ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่กิโลกรัมละ 2.80 ริงกิต จาก 2.50 ริงกิต
ล่าสุด มาเลเซียเพิ่งปรับขึ้นค่าไฟฟ้าระหว่าง 14.916.9% เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.เป็นต้นมา รวมทั้งมีข่าวว่าจะปรับขึ้นค่าทางด่วน 13 เส้นทางในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะทำให้ธุรกิจรถโรงเรียนอาจปรับขึ้นค่าโดยสารประมาณ 40%
ฉั่ว ฮัก บิน นักเศรษฐศาสตร์ด้านอาเซียนประจำแบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์ มองว่า ช่วงเฉลิมฉลองก่อนเลือกตั้งผ่านไปแล้ว เหลือแต่การเผชิญหน้ากับความจริงหลังเลือกตั้ง ซึ่งเป็นไปได้ที่ราคาน้ำมันจะขยับขึ้นอีก หากรัฐบาลลดการอุดหนุนลงอีก 15% ขณะที่อัตราเงินเฟ้ออาจอยู่ที่ 3.6% ในปีนี้ และ 4.5% ในปี 2558 จาก 2.8% ในเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว
ทั้งนี้ รัฐบาลมาเลเซียเผชิญแรงกดดันให้ปรับลดรายจ่ายลง เนื่องจากหนี้สาธารณะที่พุ่งสูงขึ้นแตะเพดานที่กำหนดไว้ที่ 55% ของจีดีพี และเป็นหนึ่งในประเทศที่มีระดับหนี้ต่อจีดีพีสูงสุดในเอเชีย







