
ท่องแดน“บาหลี”ชมอัตลักษณ์กลางวิถีเปลี่ยนแปลง
“บาหลี” แม้ว่าจะไม่ได้เป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยว
โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ
“บาหลี” แม้ว่าจะไม่ได้เป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยว แต่เชื่อว่าชื่อนี้คงรู้จักกันดีในเรื่องของความมีอัตลักษณ์เฉพาะตัวที่เป็นเสน่ห์ดึงดูดคนจากทั่วทุกมุมโลก
นอกจากทะเลและหาดทรายที่สวยงามแล้ว บาหลีซึ่งเป็นหนึ่งใน 33 จังหวัดของอินโดนีเซีย ยังมีความน่าสนใจในแง่ศิลปะ ศาสนา วัฒนธรรม ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวต่างจากพื้นถิ่นส่วนใหญ่ของประเทศอินโดนีเซีย
“นาดา” มัคคุเทศก์ท้องถิ่น เล่าให้ฟังว่า ผู้คน 95% บนเกาะบาหลีนับถือศาสนาฮินดู แต่วิถีประเพณีที่นี่จะผสมผสานกับศาสนาพุทธ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเจริญรุ่งเรืองในเกาะชวาเรื่อยมาถึงเกาะบาหลี แต่ราวศตวรรษที่ 16 ที่ศาสนาอิสลามเริ่มเผยแพร่เข้าสู่ชวา ก็มีการหยุดเผยแผ่พุทธศาสนา ขณะที่ฮินดูก็เหลืออยู่บนเกาะบาหลีเท่านั้น
ศาสนาและพิธีกรรมต่างๆ ยังคงแทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันของชาวบาหลี ทั้งการกราบไหว้ บูชา และเซ่นไหว้ ที่มีให้เห็นอยู่ทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นการทำกระทงบูชาวิญญาณ ศาลบรรพบุรุษที่มีให้เห็นทุกบ้าน และเกือบทุกหัวมุมถนนจะมีวัดตั้งอยู่
ทว่า วัดที่นี่ไม่เหมือนวัดไทย เพราะไม่มีพระประจำอยู่ พระผู้ทำพิธีของฮินดูคือพราหมณ์ ซึ่งคนท้องถิ่นจะเรียก “พรามา” หรือ “บรามา” ที่มีชีวิตประจำวันเหมือนคนทั่วไป แต่จะเป็น “พระ” ก็ในพิธีกรรมต่างๆ เท่านั้น
แม้จะมีวัดให้ประชาชนเข้าไปประกอบพิธีอยู่มากมาย แต่วัดหลักๆ ของบาหลีมีอยู่ทั้งหมด 6 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งจะมีความเชื่อต่างกันไป การเดินทางครั้งนี้มีโอกาสไปเยือน 2 แห่ง คือ “วัดทานาล๊อท” ซึ่งสร้างอยู่บนโขดหินริมชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย
คนท้องถิ่นที่นี่เชื่อว่ามีงูเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์คอยรักษาอยู่ในถ้ำใกล้วิหาร ผู้ที่จะไปเยือนวัดได้ต้องรอให้น้ำลดลงจึงจะเดินข้ามไปทำพิธีได้ บรรยากาศของที่นี่สวยงามมาก และเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่คนมาเยือนไม่ควรพลาด แถมเคยมีละครของไทยเรื่อง “ดอกแก้วการะบุหนิง” ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำเมื่อหลายปีก่อนด้วย
วัดอีกแห่งที่ได้ไปเยือนคือ “วิหารศักดิ์สิทธิ์เทมภัคศิริงค์” ศาสนสถานที่เก่าแก่อายุมากกว่าพันปี เดิมเป็นสถานที่ใช้ประกอบพิธีทางศาสนาในราชวงศ์กษัตริย์เท่านั้น ที่นี่มีบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ “ธีรตุเอมปุล” ที่ชาวบาหลีเชื่อว่าเมื่อได้อาบกินแล้วจะรักษาโรคภัยได้ และจากบริเวณวัดนี้สามารถมองเห็นบ้านของประธานาธิบดีซูการ์โน ประธานาธิบดีคนแรกของอินโดนีเซียด้วย
เมื่อพูดถึงการบูชาเทพเจ้า นาดา เล่าให้ฟังว่า คนบาหลีเชื่อว่าเทพเจ้านั้นจะคุ้มครองผู้ที่บูชา แต่เทพสูงสุดที่มีการบูชาคือ 3 มหาเทพ พระพรหม ผู้สร้าง พระวิษณุหรือพระนารายณ์ ซึ่งเป็นทั้งผู้สร้างและผู้รักษา และพระอิศวร ผู้ทำลาย
ไกด์ยังเล่าเพิ่มเติมว่า ศิลปะของบาหลีมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เป็นการผสมผสานของศิลปะแถบมลายูชวา ที่ได้รับอิทธิพลจากทั้งศาสนาฮินดู พุทธ อิสลาม ทำให้กลายเป็นหนึ่งในจุดขายที่ดึงนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้ามาปีละ 10 ล้านคน ส่งผลให้การท่องเที่ยวกลายเป็นแหล่งรายได้หลักของบาหลี
แม้การท่องเที่ยวจะสร้างเม็ดเงินมหาศาล แต่คนที่นี่ก็ยังยึดอาชีพเพาะปลูกและอยู่ในภาคเกษตรกรรมค่อนข้างมาก โดยพืชหลักที่นิยมปลูกกันคือ ข้าว ผัก ผลไม้ต่างๆ ซึ่งพืชผลที่ออกมาก็ค่อนข้างดี เนื่องจากดินของที่นี่อุดมสมบูรณ์จากดินภูเขาไฟ
นอกจากนี้ ยังนำดินภูเขาไฟหลังการปะทุที่เย็นแล้วมาใช้เป็นส่วนผสมทำอิฐบล็อกและปูนซีเมนต์ที่ใช้ในการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนต่างๆ รวมทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วย เช่น “กุหนุงอากุง” ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ปะทุแล้ว และอีกแห่งที่ยังไม่ปะทุคือ “บาตูร์” ซึ่งเชื่อว่า ภูเขาไฟทั้งสองลูกนี้เป็นที่สถิตของเทพเจ้า
สุดท้าย นาดาพูดดึงการเฝ้ามองบ้านเกิดของตัวเองว่า บาหลีมีการเปลี่ยนแปลงเร็ว แต่ศิลปะ ศาสนา และวัฒนธรรม ยังคงอยู่กับคนบาหลีอย่างเหนียวแน่น ความน่าสนใจจริงๆ ของบาหลีน่าจะอยู่ที่การหยั่งรากลึกในอัตลักษณ์เฉพาะตัวแม้การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นเร็วเพียงใดก็ตาม







