posttoday
โสภณปิดทางรถร่วมขสมก.ขอขึ้นค่าโดยสารเพิ่ม1บาท

โสภณปิดทางรถร่วมขสมก.ขอขึ้นค่าโดยสารเพิ่ม1บาท

08 พฤษภาคม 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — “โสภณ” เบรกรถร่วม ขสมก. ร้องขอขึ้นค่าโดยสารอีก 1 บาท อ้างได้รับผลกระทบเสื้อแดงชุมนุม ยันไม่ให้ปรับขึ้นค่าโดยสารในช่วงนี้

นายฉัตรชัย ชัยวิเศษ ที่ปรึกษาสมาคมพัฒนารถร่วมบริการเอกชน เปิดเผยว่า ในวันที่ 13 พ.ค.นี้ สมาชิกสมาคมจะประชุมเพื่อหารือถึงแนวทางการขอปรับขึ้นค่าโดยสารของรถร่วมบริการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ทั้งที่บริเวณถนนราชดำเนิน และแยกราชประสงค์ รวมทั้งต้นทุนเดินรถเพิ่มขึ้นทั้งจากค่าแบตเตอรี่ อะไหล่ และราคาน้ำมัน

“ปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ลิตรละ 29 บาท ขณะที่อัตราค่าโดยสารคิดบนฐานราคาน้ำมันที่ลิตรละ 21 บาท” นายฉัตรชัย กล่าว

“ผู้ประกอบการรถร่วมขสมก. ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมค่อนข้างมาก เพราะต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินรถเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่การชุมนุม ขณะที่ปริมาณผู้โดยสารก็ลดลง ส่งผลให้รายได้ลดลง แต่ที่ผ่านมายังไม่อยากเคลื่อนไหว เพราะเห็นใจรัฐบาลที่มีปัญหามากอยู่แล้ว แต่ขณะนี้มีผู้ประกอบการหลายรายเห็นว่าควรต้องปรับขึ้นค่าโดยสารอีกระยะละ 1 บาท จึงจะได้หารือในที่ประชุม หากที่ประชุมเห็นชอบก็จะได้ทำหนังสือถึงกระทรวงคมนาคมต่อไป” นายฉัตรชัย ทั้งนี้ ในการประชุมครั้งนี้ยังจะหารือเกี่ยวกับการต่อสัญญาร่วมบริการกับ ขสมก. ที่ ขสมก.ใช้เวลาในการพิจารณาต่อสัญญาให้กับผู้ประกอบการนานมาก ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากไม่ได้ต่อสัญญาร่วมบริการ ผู้ประกอบการก็จะไม่สามารถให้บริการได้

ด้านนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า นโยบายของกระทรวงคมนาคมจะไม่อนุมัติให้ผู้ประกอบการรถร่วม ขสมก. หรือรถโดยสารประเภทอื่นปรับขึ้นค่าโดยสารในช่วงนี้ เนื่องจากปัจจุบันประชาชนได้รับความเดือดร้อน และไม่ได้รับความสะดวกสบายในการเดินทางอยู่แล้ว อีกทั้งราคาน้ำมันยังมีความผันผวน และมีแนวโน้มว่าจะไม่สูงมากจนต้องปรับขึ้น

ขณะที่หลักการพิจารณาค่าโดยสารในปัจจุบันไม่ได้คิดบนฐานราคาน้ำมันเพียงอย่างเดียว เพราะรถโดยสารใหม่ที่ต่อสัญญาร่วมบริการกับ ขสมก. ต้องเป็นรถโดยสารที่ใช้เอ็นจีวี และราคาเอ็นจีวีก็ไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นดังนั้นการปรับขึ้นค่าโดยสารคงเป็นไปได้ยาก

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการชุมนุมของนปช.ส่งผลกระทบต่อการบริการ ปริมาณผู้โดยสาร และรายได้ของผู้ประกอบการรถร่วมขสมก. และขสมก.ค่อนข้างมาก โดยในส่วนของขสมก.รายได้ลดลงเกือบ 50% ส่วนปัญหาความล่าช้าในการดำเนินการต่อสัญญาร่วมบริการนั้น เป็นเพราะรายละเอียดของสัญญาร่วมบริการแต่ละเส้นทางมีความซับซ้อน บางเส้นทางมีผู้ประกอบการหลายราย ขสมก.ก็ต้องให้ผู้ประกอบการแต่ละรายตกลงเกี่ยวกับรายละเอียดการเดินรถที่ต้องไม่ซับซ้อน หรือแย่งรับผู้โดยสารกัน ขณะเดียวกันขสมก.ยังมีการย้ายสำนักงานให้บริการรถร่วมมาที่สำนักงานใหญ่ จึงอาจส่งทำให้การดำเนินงานล่าช้าไปบ้าง

“ปัจจุบันมีผู้ประกอบการรถร่วมที่ยื่นเรื่องขอต่อสัญญาร่วมบริการ และอยู่ระหว่างการพิจารณาเพียง 6 รายเท่านั้น โดยขสมก.จะได้พิจารณารายละเอียดทุกด้านอย่างรอบคอบ รวมทั้งการติดตามให้ผู้ประกอบการชำระหนี้ค้างจ่ายค่าธรรมเนียม โดยหากผู้ประกอบการรายใดไม่มีการชำระหนี้ค้างจ่ายก็จะไม่พิจารณาต่อสัญญาให้ และปัจจุบันขสมก.ได้ยกเลิกการต่อสัญญากับผู้ประกอบการแล้ว 2 เส้นทาง คือ สาย 6 และ 88” นายโอภาส กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท