posttoday
บี้โลว์คอสต์ลดค่าตั๋วขายเคาน์เตอร์แพง

บี้โลว์คอสต์ลดค่าตั๋วขายเคาน์เตอร์แพง

08 พฤษภาคม 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — คมนาคมบี้โลว์คอสต์ ลดราคาตั๋วหน้าเคาน์เตอร์ หลังโดนโวย ขายแพงเท่าบินพรีเมียม ด้านไทยแอร์วอนเห็นใจ

นายวุฒิชัย สิงหมณี อธิบดีกรมการบินพลเรือน (บพ.) เปิดเผยผลการศึกษาคณะกรรมการตรวจสอบสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์) ว่า สายการบินโลว์คอสต์ต้องทบทวนการคิดราคาค่าตั๋วโดยสารหน้าเคาน์เตอร์ใหม่ เนื่องจากมีผู้โดยสารจำนวนมากร้องเรียนว่าราคาสูงใกล้เคียงกับสายการบินระดับพรีเมียม ทั้งที่เป็นสายการบินต้นทุนต่ำ ถือเป็นการเอาเปรียบประชาชน นอกจากนี้มีการคิดค่าขนกระเป๋า

เรื่องดังกล่าวถือเป็นการเอาเปรียบประชาชน แม้เป็นที่รู้กันว่า การซื้อตั๋วโดยสารหน้าเคาน์เตอร์ราคาจะสูงกว่า การจองตั๋วล่วงหน้าหรือการซื้อผ่านเว็บไซต์ แต่ก็ไม่ควรแพงใกล้เคียงสายการบบินพรีเมี่ยม รวมถึงคิดค่าขนกระเป๋า การจองที่นั่งบนเครื่อง ไม่ควรมีลักษณะเอาเปรียบประชาชน จากนี้ไปจะเรียกตัวแทนของสายการบินต้นทุนต่ำมารับทราบ เพื่อกำหนดแนวทางเพื่อลดการเอาเปรียบผู้โดยสารต่อไป

“แม้ว่า สายการบินต้นทุนต่ำไม่ได้ปรับค่าโดยสารเกินกว่าเพดานที่กรมกำหนดไว้คือ 13 บาทต่อกิโลเมตร ซึ่งจุดนี้ถือว่าเป็นช่องว่างที่เปิดให้สายการบินสามารถกำหนดราคาค่าโดยสารหน้าเคาน์เตอร์ได้ แต่ในความเป็นจริงสายการบินเป็นสายการบินต้นทุนต่ำ ไม่ควรกำหนดราคาให้ใกล้เคียงกับสายการบินพรีเมี่ยม เพราะไม่ได้มีบริการพิเศษใดที่เป็นต้นทุนที่ทำให้ต้องคิดค่าโดยสารในราคาที่แพงอย่างที่เป็นอยู่ ”

นอกจากนั้นในส่วนของการรับผิดชอบผู้โดยสารกรณีเครื่องบินล่าช้าเกิน 2 ชั่วโมงนั้น เดิมกฎของกระทรวงระบุเพียงว่าผู้โดยสารมีสิทธิเรียกร้องให้สายการบินรับผิดชอบ ชดเชยค่าเสียหายได้ ทำให้ผู้โดยสารไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือชดเชยใดๆจากสายการบิน แต่เร็วๆนี้ จะแก้ไขกฎระเบียบใหม่ โดยระบุให้สายการบินต้องชดเชย รับผิดชอบกรณีเครื่องบินล่าช้า เช่น การให้บริการที่พักในสนามบิน (เลานจ์) อาหาร น้ำ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ และกำหนดให้ทุกสายการบินมีเครื่องบินสำรองไว้ 1 เครื่อง เพื่อใช้บรรทุกผู้โดยสารแทนเครื่องบินที่ล่าช้า

ขณะเดียวกันหากผู้โดยสารต้องการยกเลิกเที่ยวบินนั้น สายการบินต้องคืนเงินค่าโดยสารในช่วงเวลาที่เร็วที่สุด โดยต้องกำหนดระยะเวลาเป็นวันที่ชัดเจน เนื่องจากที่ผ่านมาต้องใช้เวลากว่า 3 – 4 เดือน จึงได้เงินค่าโดยสารคืน ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้รายงานให้นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม รับทราบแล้ว

กรมการบินพลเรือน เตรียมยกเว้นมาตรการห้ามนำของเหลวขึ้นห้องโดยสารเครื่องบินสำหรับเที่ยวบินในประเทศ แต่คงใช้สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศต่อไป

นายวุฒิชัย สิงหมณี อธิบดีกรมการบินพลเรือน (บพ.) เปิดเผยว่า กรมเตรียมที่จะเสนอคณะอนุกรรมการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ให้ยกเว้นมาตรการ การห้ามผู้โดยสารนำของเหลวติดตัวขึ้นห้องโดยสารเครื่องบินสำหรับเส้นทางในประเทศ ส่วนเส้นทางระหว่างประเทศจะยังคงมาตรการเดิมอยู่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารในประเทศที่ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการนำของเหลวติดตัวขึ้นห้องโดยสารเครื่องบิน ขณะที่หลายประเทศทั่วโลกเริ่มยกเลิกมาตรการห้ามนำของเหลวขึ้นเครื่องสำหรับเส้นทางในประเทศแล้ว

นอกจากนั้นยังจะมีการหารือเกี่ยวกับการนำอุปกรณ์ตรวจวัสดุระเบิดแบบใหม่ ที่สามารถตรวจหาวัสดุระเบิดได้ในของเหลว ราคาอยู่ที่ประมาณชุดละ 1 ล้านบาท ซึ่งจะได้นำมาใช้ในท่าอากาศยาน 26 แห่งของกรม โดยเบื้องต้นจะใช้ในท่าอากาศยานที่มีความจำเป็นหรือมีผู้โดยสารมากก่อน เช่น ท่าอากาศยานกระบี่ ท่าอากาศยานนราธิวาส

“คณะอนุกรรมการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ซึ่งมีผมเป็นประธาน จะประชุมพิจารณาเรื่องดังกล่าวในเดือนมิ.ย.นี้ หากที่ประชุมเห็นชอบตามที่เสนอขอยกเว้นมาตรการห้ามนำของเหลวขึ้นห้องเครื่องบิน กรมก็จะประกาศยกเว้นทันที” นายวุฒิชัย กล่าว

นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไทยแอร์เอเชีย ผู้ให้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) กล่าวว่า อยากให้เข้าใจธุรกิจโลว์คอสต์แอร์ ซึ่งเหมือนกับโมเดลธุรกิจโรงแรม ที่ราคาวอล์กอินจะสูงกว่าจองล่วงหน้า ลูกค้าที่โวยมีไม่ถึง 200 คน จากผู้โดยสารปีละ 5 ล้านคน จากนี้ไปบริษัทคงต้องสร้างความเข้าใจ

สำหรับการจ่ายค่าสัมภาระ เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้โดยสาร หากไม่ใช้บริการนี้ก็ไม่ต้องจ่าย

บริษัทต้องการให้หน่วยงานภาครัฐและผู้โดยสารที่เข้ามาใช้บริการกับสายการบินโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ เข้าใจถึงแผนธุรกิจของโลว์คอสต์ ที่มุ่งเน้นการนำเสนอราคาประหยัด แต่การซื้อตั๋วโดยสารหน้าเค้าเตอร์ จะมีราคาที่สูงกว่าการวางแผนจองระยาว ซึ่งเหมือนกับโมเดลการทำธุรกิจโรงแรม ที่การวอกอินเข้าไปจะมีราคาสูงกว่าการจองล่วงหน้า

ทั้งนี้บริษัทมุ่งการนำเสนอราคาถูก ภายใต้แนวคิดใครๆก็บินได้ เพื่อต้องการกระตุ้นให้เกิดการเดินทางกับสายการบิน รวมถึงสร้างกระแสให้คนไทยวางแผนการเดินทางล่วงหน้า ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 6 ปีที่ให้บริการ ลูกกว่า 99% เข้าใจถึงธุรกิจโลว์คอสต์เป็นอย่างดี

“ลูกค้าส่วนน้อยที่เข้ามาร้องเรียน อาจเป็นกลุ่มที่พลาดหวังจากการจองผ่านตั๋วโปรโมชั่น คนที่จองได้ก็เห็นว่าถูกจริง ส่วนคนที่พลาดหวังอาจลังเลว่าจริงหรือไม่ จึงเป็นหน้าที่ของสายการบินที่ต้องเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับลูกค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งตลอดปีทีผ่านมา มีลูกค้าร้องเรียนผ่านหน่วยงานต่างๆของรัฐไม่ถึง 200 คน เทียบกับการบริการขนลุกค้ากว่า 5 ล้านคน/ปี”นายทัศพล กล่าว

อย่างไรก็ตามบริษัทอาจปรับกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ให้ผู้ดดยสารมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวโลว์คอสต์ มากขึ้น โดยเฉพาะการจ่ายค่าสัมภาระ เพราะต้องการเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า และลดภาระต่อผู้โดยสารที่ไม่ใช้บริการในส่วนดังกล่าว

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี