
รอลุ้นอินโดฯปลดล็อกนำเข้าผัก-ผลไม้เพิ่ม
เอกชนลุ้นอินโดฯ ปลดล็อกนำเข้าผักผลไม้เพิ่ม หลังไฟเขียวลำไย ทุเรียน หอมแดง มังคุด นำร่อง
เอกชนลุ้นอินโดฯ ปลดล็อกนำเข้าผักผลไม้เพิ่ม หลังไฟเขียวลำไย ทุเรียน หอมแดง มังคุด นำร่อง
นายไพบูลย์ วงศ์โชติสถิต นายกสมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย เปิดเผยว่า ทางการอินโดนีเซียได้อนุญาตให้ไทยส่งออกผักและผลไม้ไปอินโดนีเซียได้โดยไม่จำกัดจำนวน แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 80% ของปริมาณสินค้าที่ขอ เบื้องต้นในปีนี้ ได้อนุญาตให้นำเข้าลำไย ทุเรียนมังคุด และหอมแดง ส่วนสินค้าอื่นต้องรอประกาศต่อไป ซึ่งคาดว่าปลายเดือน ม.ค.น่าจะอนุญาตให้ส่งออกสินค้าหลายชนิดเพิ่มขึ้น หลังจากก่อนหน้าได้ระงับการนำเข้าพืช 13 ชนิด
อย่างไรก็ตาม การส่งออกหอมแดงไปยังอินโดนีเซียยังมีปัญหาเรื่องท่าเรือขนส่งที่รัฐบาลกำหนดให้ต้องไปขึ้นสินค้าที่ท่าเรือสุราบายาแทนท่าเรือจาการ์ตา ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มและสินค้าเสี่ยงที่จะเสียหาย เนื่องจากท่าเรือสุราบายาไม่มีระบบอำนวยความสะดวกเรื่องห้องเย็น ดังนั้นประเมินว่าในปี 2557 การส่งออกหอมแดงน่าจะลดลงประมาณ 20-30% จากปกติมีปริมาณปีละ 34 หมื่นตัน
ด้านสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.) ให้ข้อมูลว่า การค้าสินค้าเกษตรระหว่างไทยและอินโดนีเซียในปี 2556มีมูลค่าประมาณ 56 แสนล้านบาท แบ่งเป็นไทยนำเข้าประมาณ 2.2 แสนล้านบาท และส่งออกประมาณ 3 แสนล้านบาทโดยส่งออกน้ำตาลทรายจากอ้อยปีละประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ปลายข้าวเหนียว 599 ล้านบาท และข้าวเหนียว 380 ล้านบาท เป็นต้น
ทั้งนี้ ไทยส่งสินค้าผักไปอินโดนีเซียมากกว่า 542 ตัน มูลค่ากว่า 542 ล้านบาท และอินโดนีเซียยังเป็นตลาดส่งออกผลไม้หลักสำหรับไทย รองจากเวียดนาม โดยมีปริมาณกว่า 130 ตัน มูลค่ากว่า 3,500 ล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้เป็นลำไยสดมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท ขณะที่สินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ ปลาทะเล และสินค้าประมง เพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบ
ก่อนหน้า กระทรวงเกษตรอินโดนีเซีย ได้อาศัยอำนาจตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 60/2012 ประกาศระงับการอนุญาตนำเข้าสินค้าพืชสวน 13 ชนิดเป็นการชั่วคราว ได้แก่ มันฝรั่ง กะหล่ำปลี แครอต พริก สับปะรด แตงชนิดต่างๆ กล้วย มะม่วง มะละกอ ทุเรียน ดอกเบญจมาศ ดอกกล้วยไม้ และดอกเฮลิโคเนีย มีผลระหว่างเดือน ม.ค.-มิ.ย. 2556 โดยอ้างเหตุผลเพื่อปกป้องผลผลิตภายในประเทศ ซึ่งช่วงดังกล่าวตรงกับฤดูการเก็บเกี่ยว







