posttoday
แก้ขาดแคลนครูภาต้องเร่งขจัดสารพัดอุปสรรค

แก้ขาดแคลนครูภาต้องเร่งขจัดสารพัดอุปสรรค

16 มกราคม 2557

ยิ่งใกล้เปิดประชาคมอาเซียน คนไทยในหลายภาคส่วน รวมถึงเด็กๆ หันมาสนใจเรียนภาษาต่างประเทศ

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

ยิ่งใกล้เปิดประชาคมอาเซียน คนไทยในหลายภาคส่วน รวมถึงเด็กๆ หันมาสนใจเรียนภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษาเพื่อนบ้านอาเซียนมากขึ้น เพราะรู้ดีว่า เมื่อมีการเปิดเสรี การรู้หลายภาษาจะยิ่งเปิดโอกาสการศึกษาต่อและการทำงานของตัวเองให้กว้างขึ้น

แต่ท่ามกลางความต้องการที่เพิ่มขึ้น ประเทศไทยก็ยังมีปัญหาด้านบุคลากร คือ การขาดแคลนครูสอนภาษาต่างประเทศ ทั้งในแง่ของจำนวนและคุณภาพ

อุษณีย์ วัฒนพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันภาษาต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาพื้นฐาน (สพฐ.) ชี้ว่า ปัญหาสำคัญของการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศของไทยเวลานี้ ยังคงเป็นเรื่องเดิมๆ ซึ่งทางกระทรวงศึกษาธิการกำลังหาทางแก้ไขอยู่ นั่นก็คือ ปัญหาการขาดแคลนครูต่างชาติที่เป็นเจ้าของภาษา เนื่องจากติดเรื่องข้อระเบียบบังคับที่ว่าครูต่างชาติจะต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู รวมทั้งใบอนุญาตการทำงาน (เวิร์ก เพอร์มิต) และวีซ่าเพื่อการทำงาน ซึ่งทำให้ไม่จูงใจ เนื่องจากต้องทำเรื่องขอต่ออายุวีซ่าใหม่ทุกๆ 2 ปี

ขณะที่ครูชาวไทยแม้ว่าจะมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู แต่ไม่ได้เรียนภาษาต่างประเทศเป็นวิชาเอก ทำให้การเรียนการสอนภาษาต่างประเทศของไทยไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพการเรียนการสอนด้านภาษาของเด็กไทยในอนาคต เนื่องจากเป็นการปลูกฝังและปูพื้นฐานความรู้ ความเข้าใจที่ผิด

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา สพฐ.ได้วางยุทธศาสตร์เพื่อแก้ปัญหาครูภาษาขาดแคลน เช่น จัดการอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพครูภาษาชาวไทย ส่งเสริมให้จัดการเรียนการสอนระบบสองภาษาในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เพื่อเพิ่มชั่วโมงการเรียนภาษาอังกฤษแก่เด็ก

นอกจากนี้ จะนำเข้าครูเจ้าของภาษาเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่มีความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับบริติชเคานซิล ที่ส่งครูอาสาภาษาอังกฤษให้ปีละ 150 คนเท่านั้น และการสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ขึ้นมา โดยได้รับงบประมาณเป็นทุนการศึกษาด้านการสอนภาษาต่างประเทศที่สอง เพื่อผลิตครูในสาขาวิชาที่ขาดแคลนเฉลี่ยปีละ 150 คน ซึ่งรุ่นแรกจะเข้าระบบทันการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558

สำหรับในปีงบประมาณ 2557 สพฐ.เตรียมลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) กับ 5 ประเทศเจ้าของภาษา ได้แก่ อังกฤษ สหรัฐ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และแคนาดา เพื่อให้ส่งครูอาสาช่วยสอนภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อยประเทศละ 100 คน ซึ่งอาจจะเป็นบุคลากรครูที่เกษียณแล้ว หรือครูที่เพิ่งจบการศึกษา

ปัจจุบันการศึกษาระดับขั้นพื้นฐานมีครูสอนภาษาอังกฤษที่เป็นครูเจ้าของภาษาและครูคนไทยรวมทั้งหมด 8.99 หมื่นคน ขณะที่มีจำนวนผู้เรียนมากถึง 1.34 ล้านคน เมื่อเทียบสัดส่วนดูแล้ว จะพบว่ายังมีความต้องการครูภาษาอังกฤษอีกจำนวนมาก

เช่นเดียวกับภาษาประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนทั้งพม่า เวียดนาม เขมร ภาษามาเลเซีย (มลายู) โดยเฉพาะภาษามลายู ที่ปัจจุบันมีเด็กสนใจเรียนมากถึง 3,107 คน แต่ครูผู้สอนภาษามลายูส่วนใหญ่จะเป็นครูสอนศาสนา หรือคนท้องถิ่นที่มีความรู้ด้านภาษามาช่วยสอนให้ ซึ่งไม่ได้เป็นครูที่เรียนจบด้านภาษามลายูเป็นวิชาเอก และไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู

“กระแสความต้องการเรียนภาษาเพื่อนบ้านอาเซียนทั้งภาษาเขมร เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย และพม่า ของเด็กไทยมีเพิ่มมากขึ้น และขยายตัวรวดเร็ว โดยเฉพาะในโรงเรียนที่อยู่ติดชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน แต่เรามีปัญหาเรื่องครูอยู่”

ตัวอย่างเช่น เด็กในจ.ศรีสะเกษและสุรินทร์ นิยมเรียนภาษาเขมร ส่วนที่หนองคายและนครพนมนิยมเรียนภาษาเวียดนาม กาญจนบุรี ตากและเชียงรายนิยมเรียนภาษาพม่า ขณะที่จังหวัดในภาคใต้มักเรียนภาษาอินโดนีเซีย และมาเลเซีย

ปัจจุบันมีโรงเรียนสังกัดสพฐ. 24 แห่ง ที่ตั้งอยู่ในบริเวณชายแดน หรือโรงเรียนชายขอบ มุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนภาษาเพื่อนบ้าน 4 ภาษา ได้แก่ พม่า ลาว เขมรและมลายู ส่วนการศึกษานอกระบบ (กศน.) สถาบันอาชีวศึกษา และสถาบันระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศได้เพิ่มการสอนภาษาประเทศอาเซียนอย่างแพร่หลายมากขึ้นด้วย

ขณะที่ได้เห็นความตื่นตัวในการเรียนภาษาต่างประเทศของเด็กไทยแบบนี้แล้ว ภาครัฐจะต้องเร่งแก้ไขปัญหาความขาดแคลนครูสอนภาษาที่มีคุณภาพอย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพ หากต้องการให้คนไทยมีทักษะภาษาที่ดีขึ้น เพื่อช่วยให้สามารถคว้าโอกาสใหม่ๆ ให้กับชีวิต หลังการเปิดประชาคมอาเซียน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท