posttoday
แห่ทำนาทะลุเป้ากรมชลฯหวั่นน้ำวิกฤต

แห่ทำนาทะลุเป้ากรมชลฯหวั่นน้ำวิกฤต

16 มกราคม 2557

กรมชลฯ วอนงดทำนาปรัง หลังปลูกเกินเป้า 150% ลั่นเดือน ก.พ. ต้องประหยัด ก่อนเกิดวิกฤตขาดน้ำ

กรมชลฯ วอนงดทำนาปรัง หลังปลูกเกินเป้า 150% ลั่นเดือน ก.พ. ต้องประหยัด ก่อนเกิดวิกฤตขาดน้ำ

นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้เกษตรกรชาวนาในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา 22 จังหวัด มีการปลูกข้าวนาปรังเกินแผนที่วางไว้ประมาณ 150% โดยมีการปลูกข้าวแล้ว 4.46 ล้านไร่ จากแผนที่กำหนดไว้ 2.9 ล้านไร่ กรมชลฯ จึงแจ้งเตือนให้เกษตรกรทุกโครงการชลประทานรับทราบว่า ตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ. 2557 จะระบายน้ำเฉพาะเพื่อการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศเท่านั้น และขอให้งดทำนาปรังอย่างต่อเนื่อง เพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤตขาดแคลนน้ำที่อาจจะเกิดขึ้น เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาปีนี้อยู่ในเกณฑ์น้อยมาก

ก่อนหน้านี้ กรมชลประทานได้แจ้งถึงปริมาณน้ำที่จะใช้ในฤดูแล้ง ระหว่างวันที่ 30 พ.ย. 2556-30 เม.ย. 2557 ว่า ปริมาณน้ำใน 2 เขื่อนหลัก คือ เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำน้อย จะระบายได้เพียง 2 ล้านไร่ และวิงวอนให้งดทำนาปรัง ฉะนั้นในเดือน ก.พ. จะส่งน้ำเพื่อกินใช้ และเพื่อรักษาระบบนิเวศเพื่อไล่น้ำเค็มเท่านั้น โดยจะลดปริมาณการระบายน้ำลงตามลำดับ จากปัจจุบันระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ วันละ 1216 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ให้เหลือต่ำกว่า 10 ล้าน ลบ.ม. เพื่อสงวนน้ำไว้ตลอดฤดูแล้งและภาวะฝนทิ้งช่วงก่อนเข้าฤดูฝน

นายวิเชียร พวงลำเจียก นายกสมาคมชาวนาไทย ยอมรับว่าชาวนาปลูกนาปรังมากจริง แม้จะรับรู้ตั้งแต่ต้น เพราะมีการประชุมร่วมกับกรมชลฯ มาตลอดว่าปีนี้น้ำต้นทุนน้อย สาเหตุที่ทำนามาก เพราะทุกคนไม่รู้จะทำอาชีพอะไร จึงต้องเสี่ยง และปัจจุบันก็เริ่มมีการลดการปล่อยน้ำแล้ว ทำให้หลายพื้นที่ข้าวที่มีอายุประมาณ 1 เดือน เริ่มเหลือง และคาดว่าหากไม่มีน้ำมาช่วยเพิ่ม ข้าวที่ตั้งท้องอาจเมล็ดลีบ ไม่มีน้ำหนัก เกษตรกรจำนวนมากจึงต้องช่วยตัวเองด้วยการทำบ่อดาล ส่งผลให้ต้นทุนการทำนาขณะนี้สูงกว่า 8,000 บาทต่อไร่ แต่เชื่อว่าผลผลิตจะเสียหายจากการขาดน้ำมากกว่า 50%

ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อย และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ล่าสุด วันที่ 15 ม.ค. มีปริมาณน้ำรวม 1.36 หมื่น ลบ.ม. หรือ 52% ของความจุอ่างทั้งหมด มีปริมาณน้ำที่สามารถนำมาใช้การได้ประมาณ 6,000 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่แผนการจัดสรรน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยามีปริมาณรวม 5,300 ล้าน ลบ.ม. มีการใช้น้ำแล้ว 2,800 ล้าน ลบ.ม. หรือ 50% ของแผน เหลือปริมาณน้ำที่จะใช้ได้ตามแผนอีกประมาณ 2,000 ล้าน ลบ.ม. หรือ 65% ของแผน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ