posttoday
คาดกำไรไตรมาส 4 ปี 2556 ไม่สกใส

คาดกำไรไตรมาส 4 ปี 2556 ไม่สกใส

16 มกราคม 2557

นักวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส ประเมินว่า กำไรสุทธิของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในงวดไตรมาส 4 ปี 2556 จะหดตัว 12% จากไตรมาส 3 (39.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) โดยหลักๆ มาจาก

นักวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส ประเมินว่า กำไรสุทธิของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในงวดไตรมาส 4 ปี 2556 จะหดตัว 12% จากไตรมาส 3 (39.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) โดยหลักๆ มาจาก

ประการแรก ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ฯ ที่เพิ่มขึ้น 82.2% จากไตรมาส 3 (ลดลง 33.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน)

ประการที่สอง ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิเหลือ 2.96% ทำให้ทั้งปีอยู่ที่ 2.97% ต่ำกว่าคาดที่ 3.14%

ประการที่สาม ค่าใช้จ่ายดำเนินการเพิ่มขึ้น 7.8% จากไตรมาส 3 (5.6% ช่วงเดียวกันของปีก่อน) เช่น ค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและการตลาดและโบนัสพนักงาน ถึงแม้จะมีปัจจัยบวกจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่คาดว่าจะเติบโต 20.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งปีสูงกว่าที่ประเมินไว้ 18% ช่วงเดียวกันของปีก่อนแต่ยังไม่พอจะหักล้างปัจจัยลบ ทำให้กำไรสุทธิทั้งปีอยู่ที่ 21.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนต่ำกว่าที่ประเมินไว้ 22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ หากพิจารณาธนาคารที่มีการลดลงของกำไรสุทธิมากสุด 5 ลำดับแรก คือ ธนาคารกรุงไทย (KTB) บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) ธนาคารเกียรตินาคิน (KKP) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และธนาคารกรุงเทพ (BBL) กำไรสุทธิลดลง 39% 14% 12% 11% และ 11% ตามลำดับ ตรงกันข้ามหุ้นที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นคือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) บริษัท ทุนธนชาต (TCAP) และบริษัท แอล เอช ไฟแนนเชี่ยลกรุ๊ป (LHBANK) เพิ่มขึ้น 8% 8% และ 5% ตามลำดับ

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ได้ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2556-2558 ของกลุ่ม ธพ. ลง 2.2% 3.5% และ 5.1% ตามลำดับ โดย BBL ปรับประมาณการปี 2557-2558 ลงมากสุด 10% และ 12.7% ตามมาด้วย KBANK ปรับลง 6.5% และ 10.4% และ KKP ปรับลง 6% และ 15% ตามลำดับ

ทั้งนี้ คาดว่าสัปดาห์หน้าหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์น่าจะทยอยประกาศงบงวดไตรมาส 4 ปี 2556 ออกมาจนครบ โดย TISCO ได้ประกาศงบมาเป็นรายแรก กำไรสุทธิไตรมาส 4 อ่อนตัวมากกว่าคาดถึง 28.9% จากไตรมาส 3 และ 19.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้วยปัจจัยกดดันจากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ฯ สูงเกินคาด และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ก่อตัวเพิ่ม

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการผลการดำเนินงานปี 2557-2558 ไว้เนื่องจากได้รวมปัจจัยกดดันต่างๆ ไว้ในประมาณการแล้ว คาดว่ากำไรสุทธิปี 2557 จะเติบโตได้ที่ระดับ 10.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเติบโตของสินเชื่อสุทธิรวม

ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส แนะนำซื้อลงทุน เพื่อรับปันผลที่สูงถึง 78%

ขณะที่หุ้นในกลุ่มที่มิใช่สถาบันการเงิน ในสัปดาห์นี้นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส ได้เริ่มทยอยทำ ทบทวนประมาณการกำไร เริ่มจากหุ้นค้าปลีกดูเหมือนจะไม่ค่อยสดใสนัก เริ่มจากบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (BIGC) คาดว่ายอดขายงวดไตรมาส 4 อยู่ที่ราว 3.09 หมื่นล้านบาท ทรงตัวเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า แต่เติบโตต่ำกว่า 9 เดือน ปี 2555 และถือว่าหดตัวเป็นไตรมาสแรกในรอบกว่า 10 ไตรมาส ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งน่าจะเกิดจากกำลังซื้อที่ชะลอตัวจากปัญหาการเมืองในประเทศ และคาดว่ายังคงต่อเนื่องไปยังงวดไตรมาสแรกปี 2557 โดยเฉพาะยอดขายในเขตกรุงเทพฯ (มีสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดขายรวม)

ขณะที่การแข่งขันมีแนวโน้มสูงขึ้นตามลำดับ ทำให้คาดว่าในปี 2557 กำไรสุทธิของ BIGC น่าจะเติบโตจากปี 2557 เพียง 11.5% (ขณะที่ปี 2556 เติบโตราว 12.3%) เทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่ม 18% และของตลาดที่ 12.9% ทั้งนี้ หากพิจารณาราคาตลาดของหุ้น BIGC พบว่ามีสัดส่วนราคาต่อกำไรที่คาดหวัง ปี 2557 อยู่ที่ 21.6 เท่า ซึ่งถือว่ามากกว่าค่าเฉลี่ย 7 ปีย้อนหลัง ที่ 19 เท่า จึงยังคงคำแนะนำขาย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ