
ตปท.ถามศึกไทยเมื่อไรจบ
ดีบีเอสทิสโก้เผยผลโรดโชว์เมืองนอกแนะบล.ตื่นตัวให้ข้อมูลตรงนักลงทุนต่างชาติ
ดีบีเอสทิสโก้เผยผลโรดโชว์เมืองนอกแนะบล.ตื่นตัวให้ข้อมูลตรงนักลงทุนต่างชาติ
โบรกเกอร์เผยผลโรดโชว์ ต่างชาติยังห่วงการเมืองไทยอันดับหนึ่ง แนะ บล.ต้องเน้นทำข้อมูลเข้าถึงนักลงทุน
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) เปิดเผยภายหลังจากนำบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทย 7 แห่งไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) กับกองทุนต่างชาติ ในงาน “The Pulse of Asia Conference 2014” ที่สิงคโปร์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า คำถามส่วนใหญ่จากนักลงทุนยังคงให้น้ำหนักกับสถานการณ์ทางการเมืองไทยว่าทางออกจะอยู่ตรงไหน ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดที่ชัดเจนให้ได้ และเพียงแต่หวังว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะไม่ทำให้เศรษฐกิจจะแย่ลงไปกว่านี้
บริษัทที่ได้พาไปส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง เช่น กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมที่ทำให้เห็นจำนวนโรงงาน บริษัทต่างๆ ที่เข้ามาใช้พื้นที่นิคมฯ หรือกลุ่มส่งออกจากเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัว เพื่อให้ต่างชาติได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อมูลที่แท้จริงกับ บจ.นั้นๆ เอง ว่าได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน เพราะเศรษฐกิจได้
“ต้องยอมรับว่าต่างชาติได้ขายหุ้นไทยออกมามากเกินไป แต่พอถึงจุดหนึ่งที่ราคาต่ำกว่าพื้นฐานที่ควรจะเป็น ก็เป็นโอกาสที่กองทุนต่างชาติจะเข้ามาเก็บของหรือทยอยซื้อหุ้นได้ จึงเห็นหุ้นไทยปรับขึ้นบ้าง ซึ่งแสดงว่าต่างชาติยังมีความสนใจในหุ้นไทยอยู่บ้าง” นางภัทธีรา กล่าว
อย่างไรก็ดี สิ่งที่โบรกเกอร์ต่างๆ ควรทำ คือ การให้ข้อมูลโดยเฉพาะกับนักลงทุนต่างประเทศ และเป็นข้อมูลที่เป็นปัจจุบันที่สุดของสถานการณ์การเมืองและตัว บจ. นั้นๆ ซึ่งเชื่อว่าขณะนี้โบรกเกอร์หลายแห่งน่าจะมีการจัดตารางโรดโชว์ไปต่างประเทศมากขึ้น
ขณะเดียวกัน บจ.เองก็ควรให้ข้อมูลกับนักลงทุนว่าบริษัทมีปัจจัยรองรับขนาดไหน กระทบต่อพื้นฐานมากหรือน้อย เพื่อให้นักลงทุนได้เข้าถึงข้อมูล เพื่อเรียกว่าความเชื่อมั่นกับผู้ลงทุนด้วย
ด้านนายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ กล่าวหลังจากนำผู้จัดการกองทุน 10 คน ไปฟังข้อมูล บจ.จีนที่กรุงปักกิ่ง จัดโดยดอยช์แบงก์เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านว่า จากการแลกเปลี่ยนข้อมูลนอกรอบกับกองทุนต่างประเทศที่ไปโรดโชว์ด้วยกัน ส่วนใหญ่สอบถามว่าตกลงทางออกของประเทศไทยคืออะไร และหลายคนบอกว่าขณะนี้ตลาดหุ้นไทยมีความน่าสนใจน้อยกว่าเพื่อนบ้านไปแล้ว ทำให้ช่วงนี้กองทุนต่างชาติจะเข้ามาลงทุนในไทยน้อย
ทั้งนี้ หากมองในมุมมองของนักลงทุนสถาบัน บจ.กว่า 140 แห่งของจีนที่มาพบกองทุนต่างประเทศทั่วโลก มีความน่าสนใจมากกว่า บจ.ไทยตรงที่ภาพใหญ่ คือ เศรษฐกิจจีนมีเศรษฐกิจที่จะฟื้นตัวที่ชัดเจนจากแผนปฏิรูปเศรษฐกิจ ซึ่งมีกำหนดชัดเจนว่าระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ผิดกับไทยที่ไม่มีอะไรแน่ชัด
ขณะที่ในภาพมุมเล็ก ราคาหุ้นของจีนถือมีระดับที่ถูกมากกว่าภาพเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว เช่น กลุ่มธนาคารพาณิชย์ของจีนมีอัตราราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) แค่ 6 เท่า เทียบกับธนาคารไทยถือว่าถูกมาก
อย่างไรก็ตาม ปกติทิสโก้พากองทุนไทยไปพบ บจ.จีนอยู่แล้ว โดยครั้งนี้กองทุนไทยบางแห่งมีมุมมองว่าจะเข้ามาลงทุนหุ้นจีน ขณะที่บางแห่งก็จะเข้าไปลงทุนเพิ่ม หลังจากที่มีการเข้าไปซื้อหุ้น บจ.จีนเป็นรายตัวอยู่แล้ว







