posttoday
"มาสด้า"บนความท้าทายมั่นใจสกายแอคทีฟ ดันยอดวิ่งฉิว

"มาสด้า"บนความท้าทายมั่นใจสกายแอคทีฟ ดันยอดวิ่งฉิว

16 มกราคม 2557

พลพัต สาเลยยกานนท์

พลพัต สาเลยยกานนท์

ในปี 2557 นับเป็นปีที่ท้าทายของวงการอุตสาหกรรมยานยนต์จากกำลังซื้อที่เริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ หลังจากเติบโตอย่างก้าวกระโดดผิดปกติจากโครงการรถยนต์คันแรก และยังเป็นปีที่ท้าทายของ มาสด้า เช่นกัน กับการเปิดตัวรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีล่าสุด สกายแอคทีฟ ใน 3 รุ่นหลัก ได้แก่ มาสด้า 2 มาสด้า 3 และมาสด้า ซีเอ็กซ์5 ซึ่งจะทำให้ปีนี้เป็นปีที่มาสด้าไม่โตไม่ได้แล้ว

สุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี รองประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าการเติบโตในปีนี้อย่างน้อย 10% จากปีก่อนที่บริษัทมียอดขายรวมอยู่ที่ 52,914 คัน บนพื้นฐานของตลาดรวมอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศ ที่คาดว่าจะอยู่ในระดับ 1.3 ล้านคัน ลดลงจากปีก่อนที่อยู่ที่ 1.43 ล้านคัน

ปีนี้จะเป็นปีที่พฤติกรรมตลาดเปลี่ยนไป รายการส่งเสริมการขาย (โปรโมชั่น) จะไม่มากเท่าปีที่ผ่านมา ซึ่งทั้งบริษัทและลูกค้าอาจจะต้องปรับตัวตามความเหมาะสมของตลาด หลังจากที่ปีก่อนถือได้ว่าทุกบริษัทใช้เม็ดเงินในการซื้อส่วนแบ่งทางการตลาด (แชร์) ซึ่งก็เป็นส่วนที่ดีที่ลูกค้าจะให้ความสนใจในผลิตภัณฑ์มากกว่าแคมเปญเช่นเดิม

ขณะที่กำลังซื้อผู้บริโภคจะขยับขึ้นไปจากกลุ่มราคาเฉลี่ย 56 แสนบาท เป็นในระดับราคา 1 ล้านบาท ซึ่งลูกค้าในกลุ่มนี้จะไม่เปรียบเทียบแคมเปญกับหลายค่ายก่อนการตัดสินใจซื้อ รวมถึงรถยนต์ในกลุ่มดังกล่าวเป็นกลุ่มที่มีผลตอบแทนกำไรสูง

“นโยบายของมาสด้ามุ่งเน้นว่าจะไม่เป็นบริษัทที่เป็น Discount Brand และจากนี้ไปจะเล่นในตลาดที่มีกำลังซื้อและมีผลตอบแทนกำไรสูงจากข้อดีของเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของบริษัท” สุรีทิพย์ กล่าว

สอดคล้องกับการพัฒนาในการยกระดับมาตรฐานในการบริการหลังการขายของตัวแทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) ที่จะต้องใส่ใจมากยิ่งขึ้นจากเทคโนโลยีใหม่และอัตราเติบโตด้านยอดขายที่ต้องเพิ่มปริมาณและคุณภาพรองรับ โดยมองว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 163 แห่ง ภายในปี 2557 จากเดิม 140 แห่ง ทั่วประเทศ เน้นในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลให้มีปริมาณ 1 ใน 3 ของทั้งหมด หรือเพิ่มขึ้นจาก 40 แห่ง เป็น 50 แห่ง

ในอนาคตธุรกิจรถยนต์ที่จะอยู่รอดได้จะต้องมีผลิตภัณฑ์ที่ทำผลตอบแทนกำไรสูงสลับกันไปกับผลิตภัณฑ์ที่ทำผลตอบแทนกำไรน้อยเพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ อีกทั้งทิศทางการทำธุรกิจปัจจุบันไม่ได้อยู่ในเฉพาะโชว์รูมอย่างเดียวเท่านั้น โดยจะไปอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าในการผลักดันยอดขายส่วนหนึ่ง

“ดีลเลอร์ต้องปรับตัวจากเดิมที่ได้กำไรจากการขายรถยนต์ใหม่เพียงอย่างเดียว ต้องมาเป็นบริการหลังการขายมากขึ้นด้วย” สุรีทิพย์ กล่าวปิดท้าย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ