
ลืมบทบาทหรือเปล่า
ย้อนไปในอดีตช่วงที่อาเซียนเริ่มรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน ข้าราชการมักคอยลุ้นแบบร้อนๆ หนาวๆ เสมอว่า การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน หรืออาเซียนซัมมิต จะมีข้อตกลงใหม่ๆ เกิดขึ้นหรือไม่ เพราะช่วงนั้นผู้นำชาติอาเซียนมีความคิดแนวทางในการเปิดเสรี และการรวมกลุ่มทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม จึงมีเรื่องใหม่ๆ ให้ข้าราชการดำเนินการกันถี่ยิบ
ย้อนไปในอดีตช่วงที่อาเซียนเริ่มรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน ข้าราชการมักคอยลุ้นแบบร้อนๆ หนาวๆ เสมอว่า การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน หรืออาเซียนซัมมิต จะมีข้อตกลงใหม่ๆ เกิดขึ้นหรือไม่ เพราะช่วงนั้นผู้นำชาติอาเซียนมีความคิดแนวทางในการเปิดเสรี และการรวมกลุ่มทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม จึงมีเรื่องใหม่ๆ ให้ข้าราชการดำเนินการกันถี่ยิบ
แต่ในปัจจุบัน บรรยากาศแบบนั้นแทบไม่มีให้เห็น ผู้นำอาเซียนไม่ได้ประกาศความริเริ่มใหม่ๆ ทุกครั้งที่ประชุมเช่นแต่ก่อน อาจเพราะปัญหาทั้งภายนอกและภายในที่กำลังรุมเร้าเหล่าสมาชิก
ปฏิเสธไม่ได้ค่ะว่าเศรษฐกิจจะดีได้ การเมืองต้องดีด้วย ไม่ว่าจะการเมืองภายในหรือการเมืองระหว่างประเทศ วันนี้จึงอยากเล่าเรื่องท้าทายทางการเมืองของอาเซียนที่หน่วยงานเกี่ยวข้องต้องเตรียมการรับมือค่ะ
1.ปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองภายในแต่ละประเทศ ขณะนี้เกือบทุกประเทศมีปัญหาการเมืองภายในยืดเยื้อ ไทยและกัมพูชามีการชุมนุมประท้วง มีปัญหาคอร์รัปชั่น อินโดนีเซียก็มีปัญหาคอร์รัปชั่น แถมด้วยการขาดดุลการค้าและการเลือกตั้งใหม่ในปีนี้ มาเลเซียมีปัญหาหนี้ต่อจีดีพีสูงจากการที่รัฐไปอุดหนุนน้ำมันและน้ำตาล ฟิลิปปินส์มีภัยธรรมชาติ สิงคโปร์มีปัญหาแรงงานต่างด้าว ทั้งหมดนี้กระทบต่อการเดินหน้าประชาคมอาเซียนโดยตรง
2.ปัญหาภาวะผู้นำ สืบเนื่องจากปัญหาแรก ผู้นำอาเซียนจึงขาดภาวะผู้นำในการผลักดันการดำเนินการตามพิมพ์เขียว เพราะต้องพุ่งเป้าจัดการปัญหาของตัวเอง ทำให้ละเลยความตกลงระหว่างประเทศ ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อก่อนเข้าสู่ประชาคมอาเซียนปลายปีหน้าจึงเกิดปัญหา เพราะเจตนารมณ์ทางการเมืองเป็นสิ่งสำคัญมาก
3.ปัญหาความแตกแยกระหว่างประเทศสมาชิก ท่าทีของประเทศสมาชิกต่อการดำเนินการต่างๆ ขณะนี้ยังไม่เป็นเอกภาพค่ะ ตัวอย่างที่ชัดที่สุด คือ ข้อพิพาททะเลจีนใต้ ในที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของอาเซียนมีกำหนดเรื่องนี้ไว้ในวาระการประชุม ประเทศสมาชิกส่วนใหญ่พยายามแสดงท่าทีประนีประนอม ขณะที่ประธานได้นำข้อเสนอออกไปหารือนอกห้องประชุมแล้วกลับมาปฏิเสธหลายครั้งไม่ยอมประนีประนอมเพราะหนุนจีนอยู่ กลายเป็นว่ามหาอำนาจบางประเทศอาจเข้ามาครอบงำอาเซียนผ่านประเทศสมาชิกที่ยังต้องพึ่งพาประเทศดังกล่าว
4.ปัญหาการเผชิญหน้ากับจีนและสหรัฐ นโยบายของอาเซียนต่อมหาอำนาจทั้งสองชาตินี้ คือ การวางตัวเป็นกลาง เลือกสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่สุดต่ออาเซียน แต่ในการปฏิบัติจริง บางประเทศเลือกเจรจาทั้งทีพีพีและ RCEP พร้อมกัน ฟิลิปปินส์และไทยเจรจาความร่วมมือให้สหรัฐรื้อฟื้นฐานทัพในภูมิภาค นอกจากนี้ ไทยยังไม่ปฏิบัติหน้าที่ประสานงานหลักกับจีนเท่าที่ควร กลายเป็นอินโดนีเซียที่ทำหน้าที่นี้แทนเรา หากปล่อยเรื่องเหล่านี้ไปเรื่อยๆ ความสำคัญของไทยในสายตาอาเซียนจะลดลงและเกิดความไม่ไว้วางใจกันและกันเองในอาเซียนมากขึ้น
ทั้ง 4 เรื่องนี้คือปัญหาท้าทายที่อาเซียนต้องเร่งจัดการค่ะ แน่นอนว่าแต่ละประเทศต้องเดินหน้าแก้ปัญหาการเมืองภายในของตัวเอง แต่ขณะเดียวกันต้องไม่ทิ้งภาวะผู้นำ เจตนารมณ์เพื่อผลักดันให้ความตกลงต่างๆ ของอาเซียนเดินไปได้จริง ที่สำคัญ ทุกประเทศต้องหันหน้าพูดคุยกัน เจรจากัน วางตัวเป็นกลาง อย่าปล่อยให้ประเทศใดมาฉุดรั้ง ครอบงำหรือสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้น
ถ้าอยากให้ประชาคมอาเซียนเดินหน้าจริง ต้องไม่ลืมบทบาทเหล่านี้ค่ะ







