posttoday
วัดจุดแข็งรายประเทศชิงความได้เปรียบยุคประชานิยม

วัดจุดแข็งรายประเทศชิงความได้เปรียบยุคประชานิยม

15 มกราคม 2557

ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

การรวมตัวของประชาคมอาเซียนมุ่งหวังจะใช้ความเป็นหนึ่งเดียวเพื่อแข่งขันกับประเทศอื่นนอกภูมิภาค แต่ขณะเดียวกันต้องยอมรับว่าเมื่อต้องตัดสินใจลงทุน นักธุรกิจจะต้องมองจุดเด่นกันแบบรายประเทศเช่นกัน เพื่อเลือกดำเนินธุรกิจให้เหมาะสมที่สุด

เกษมสันต์ วีระกุล นักวิชาการอิสระ ได้ไล่เรียง จุดเด่นสมาชิกอาเซียนกันรายประเทศ เริ่มจากสิงคโปร์ที่มีระบบเอื้อต่อการทำธุรกิจอย่างมาก เป็นศูนย์กลางของอาเซียนอย่างแท้จริงเกือบทุกด้าน โดยเฉพาะธุรกิจบริการ การเงิน แม้ว่าจะเป็นประเทศที่มีขนาดเล็ก มีทรัพยากรน้อย แต่มีความสามารถในการบริหารจัดการได้เป็นอย่างดี ทำให้สิงคโปร์กลายเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคและเจริญก้าวหน้ามากที่สุดในกลุ่ม

“สิงคโปร์อยู่ในจุดที่เตรียมรอรับประโยชน์จากการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน และจะเก็บเกี่ยวประโยชน์ได้มากที่สุด จากความพร้อมที่มีอยู่เดิม”

ขณะที่มาเลเซียเป็นประเทศที่รัฐบาลทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากประเทศหนึ่ง ปัจจุบันมีหน่วยงานที่เรียกว่า “Pemandu” เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพ การทำงานภาครัฐ โดยดำเนินการตามยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศที่วางไว้อย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศมาเลเซีย

ทั้งนี้ มาเลเซียและสิงคโปร์ยังจับมือกันพัฒนาพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศมาเลเซีย โดยเป็นการร่วมกันพัฒนา ซึ่งจะทำให้ทั้งสองประเทศพัฒนาและเติบโตไปพร้อมๆ กัน

ด้านเวียดนามมีจุดเด่นที่จำนวนประชากร 90 ล้านคน มีตลาดภายในประเทศขนาดใหญ่ แรงงานจำนวนมากและราคาถูก และที่สำคัญเวียดนามมีรัฐบาลที่วางนโยบายด้านส่งเสริมการลงทุนอย่างชัดเจน ให้สิทธิประโยชน์ที่จูงใจนักลงทุน ใช้ระบบการบริหารแบบกระจายอำนาจให้ผู้บริหารแต่ละจังหวัดมีอำนาจในการตัดสินใจ ซึ่งทำให้สามารถดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ได้มากกว่าเมืองไทย โดยการเข้าไปลงทุนจากนักลงทุนต่างประเทศจะช่วยทำให้เวียดนามพัฒนาประเทศไปในทิศทางที่ดี เพราะต้องเร่งพัฒนาประเทศ ระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ให้พร้อมสำหรับนักลงทุน

อีกประเทศที่กำลังมาแรง ก็คือ อินโดนีเซียที่มีจุดขายคือตลาดในประเทศใหญ่ที่สุดในอาเซียน และอีก 10 ปีข้างหน้า เศรษฐกิจของอินโดนีเซียจะติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก ปัจจัยเรื่องตลาด ประกอบกับความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้นักลงทุนจากทั่วโลกกำลังจับจ้องอินโดนีเซียเป็นปลายทางลงทุนอันดับต้นๆ ของภูมิภาค

เช่นเดียวกับพม่า แม้ยังขาดความพร้อมด้านการบริหารจัดการ และระบบโครงสร้างพื้นฐาน แถมปัญหาการเมืองภายในยังเป็นเรื่องที่นักลงทุนต่างชาติกังวล แต่โอกาสการทำธุรกิจในพม่าตอนนี้เปิดกว้างอย่างมาก มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่มากมาย ซึ่งนักลงทุนต่างชาติสนใจที่จะไปเข้าร่วม

ส่วนฟิลิปปินส์ที่มีปัญหาคอร์รัปชั่นคล้ายๆ กับไทย แต่ตอนนี้พัฒนาได้ดีขึ้นกว่าเดิม เศรษฐกิจขยายตัวในระดับสูง ทำให้ติดอยู่ในกลุ่มดาวเด่นเนื้อหอมในสายตาทุนต่างชาติ ขณะที่บรูไนประเทศขนาดเล็กที่ร่ำรวยจากการค้าน้ำมัน กำลังต้องเร่งพัฒนาตัวเอง เพื่อรองรับการเป็นประชาคมอาเซียนในอนาคต

ด้านกัมพูชาและลาวยังเป็นตลาดที่เล็กเกินไปและแรงงานมีน้อย ซึ่งจุดนี้อาจเป็นจุดด้อยของทั้งสองประเทศ แต่สำหรับไทยแล้ว 2 ประเทศนี้มีความสำคัญต่อตลาดสินค้าไทยอย่างมาก รวมทั้งยังเป็นฐานการผลิตของอุตสาหกรรมไทยหลายประเภท

สำหรับไทยเดิมมีข้อดีเรื่องความสงบสุขในชาติ ซึ่งตอนนี้ได้หายไปแล้ว แถมยังมีข้อด้อยเรื่องการเดินหน้าพัฒนาประเทศอย่างไม่มียุทธศาสตร์ แต่ยังโชคดีที่มีข้อดีอื่นๆ เช่น สินค้า บริการ และการท่องเที่ยวเป็นที่ยอมรับและชื่นชอบของต่างชาติ

เมื่อมองไปถึงการเป็นประชาคมอาเซียน เกษมสันต์ มองว่า ประเทศไหนมีความพร้อมมากกว่าก็ให้เดินหน้าไปก่อน ใครที่มีความพร้อมน้อยก็ตามไปทีหลัง จึงจะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วสำหรับภาคประชาชนและสังคมมากนัก

สุดท้าย เชื่อว่า การรวมตัวจะเป็นโอกาสให้เศรษฐกิจของประเทศสมาชิกเติบโต กลายเป็นภูมิภาคเนื้อหอม เป็นที่สนใจของนักลงทุนอย่างมาก และ หากส่งเสริมให้คนทุกประเทศอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข อาเซียนจะกลายเป็นภูมิภาคที่น่าอยู่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท