
กฎหมายล้างมลทิน
การชุมนุมของประชาชนจำนวนมากเพื่อต่อต้านรัฐบาล มีสาเหตุสำคัญมาจากความไม่พอใจการเสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรมแก่ผู้เข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง แต่กลับรวมเอาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ถูกศาลตัดสินให้ได้รับการยกเว้นความผิดและไม่ต้องรับโทษ ซึ่งในความเป็นจริงการออกกฎหมายนิรโทษกรรมที่ผ่านมามักจะมุ่งเน้นการยกเว้นความผิดและยกเว้นโทษแก่ผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมและแสดงออกทางการเมืองเท่านั้น
การชุมนุมของประชาชนจำนวนมากเพื่อต่อต้านรัฐบาล มีสาเหตุสำคัญมาจากความไม่พอใจการเสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรมแก่ผู้เข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง แต่กลับรวมเอาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ถูกศาลตัดสินให้ได้รับการยกเว้นความผิดและไม่ต้องรับโทษ ซึ่งในความเป็นจริงการออกกฎหมายนิรโทษกรรมที่ผ่านมามักจะมุ่งเน้นการยกเว้นความผิดและยกเว้นโทษแก่ผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมและแสดงออกทางการเมืองเท่านั้น
ประเทศไทยเริ่มมีการตรากฎหมายล้างมลทินขึ้นครั้งแรกปี พ.ศ. 2499 ในโอกาสครบรอบ 25 พุทธศตวรรษ จากนั้นมีการตรากฎหมายล้างมลทินให้ผู้ที่ถูกลงโทษทางอาญาและทางวินัย ในโอกาสสำคัญอีก 4 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ล้างมลทินในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี พ.ศ. 2526 พ.ร.บ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมพรรษา 60 พรรษา พ.ศ. 2530 พ.ร.บ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี พ.ศ. 2539 และ พ.ร.บ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ. 2550
ดังนั้น ในกรณีที่กฎหมายกำหนดคุณสมบัติของบุคคลที่จะเป็นกรรมการในองค์กรอิสระ องค์การมหาชน ต้องเป็นผู้ไม่มีความประพฤติเสื่อมเสีย ขาดคุณธรรม แม้จะเคยได้รับโทษและถูกล้างโทษไปโดยกฎหมายล้างมลทินแล้วก็อาจทำให้บุคคลนั้นขาดคุณสมบัติได้ และจะยกกฎหมายล้างมลทินมาลบล้างพฤติการณ์แห่งการกระทำไม่ได้ ซึ่งทั้งศาลฎีกา ศาลปกครองสูงสุด และคณะกรรมการกฤษฎีกา มีคำพิพากษาและคำวินิจฉัยที่เป็นบรรทัดฐานเดียวกันมาโดยตลอด และถือเป็นหลักในการออกกฎหมายในทุกประเทศ
หลักกฎหมายข้างต้นเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า เมื่อบุคคลใดกระทำความผิดอาญา และศาลพิพากษาว่าเป็นความผิดแล้ว บุคคลนั้นต้องรับโทษตามกฎหมายก่อนที่จะได้รับการอภัยโทษหรือล้างมลทิน ความพยายามที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรมแก่บุคคลที่กระทำความผิดอาญาโดยไม่ผ่านการรับโทษมาก่อน จึงถือเป็นการทำลายกระบวนการบังคับใช้กฎหมายอย่างรุนแรง และยังส่งเสริมให้มีผู้กระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการคอร์รัปชั่นมากขึ้นอีกด้วย
กฎหมายล้างมลทินที่ออกมาในโอกาสสำคัญของประเทศทุกฉบับที่กล่าวมา มีหลักการสำคัญคือ เป็นการบังคับใช้กฎหมายในลักษณะย้อนหลังกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แต่มีผลที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ถูกบังคับใช้กฎหมาย จึงไม่ถือว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ และไม่ขัดต่อหลักความยุติธรรม โดยเป็นการลบล้างโทษทางอาญาหรือทางวินัยที่บุคคลหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเคยได้รับตามคำพิพากษาศาลและอยู่ในเงื่อนไขที่จะได้รับการล้างมลทิน ซึ่งกฎหมายให้ถือว่าเมื่อได้รับการล้างมลทินแล้ว จะเป็นผู้ที่ไม่เคยถูกลงโทษมาก่อน แต่ผู้ได้รับการล้างมลทินไม่สามารถเรียกร้องสิทธิหรือประโยชน์ใดๆ ได้ อีกทั้งยังเป็นการลบล้างเฉพาะโทษที่เคยได้รับ แต่ไม่เป็นการลบล้างการกระทำที่เป็นเหตุให้ต้องถูกลงโทษ
ในกรณีของบุคคลที่กระทำผิดทางอาญาซึ่งศาลได้ตัดสินว่ามีความผิดและต้องรับโทษ ซึ่งรวมถึงการลงโทษทางวินัยแก่ผู้มีตำแหน่งทางราชการด้วยนั้น การลบล้างโทษอาจทำได้โดยการที่รัฐตรากฎหมายล้างมลทินออกมา เพื่อลบล้างโทษที่เคยได้รับเพื่อไม่ให้มีมลทินติดตัวต่อไป







