
ติดล็อก
แม้ว่ายอดขอรับส่งเสริมการลงทุนผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ปี 2556 จะสูงเกือบ 1.2 ล้านล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ตั้งแต่ต้นปีที่ 1 ล้านล้านบาท และยังสูงกว่าเป้าหมาย 9 แสนล้านบาท ที่มาปรับใหม่ทีหลังด้วย
แม้ว่ายอดขอรับส่งเสริมการลงทุนผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ปี 2556 จะสูงเกือบ 1.2 ล้านล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ตั้งแต่ต้นปีที่ 1 ล้านล้านบาท และยังสูงกว่าเป้าหมาย 9 แสนล้านบาท ที่มาปรับใหม่ทีหลังด้วย
แต่ยอดขอรับส่งเสริมดังกล่าวก็อาจติดปัญหาทางการเมือง ไม่สามารถเดินหน้าลงทุนได้ เพราะโครงการที่ลงทุนตั้งแต่ 200 ล้านบาทขึ้นไป ต้องผ่านการอนุมัติของคณะกรรมการ (บอร์ด) บีโอไอเท่านั้น โดยรายงานล่าสุดมีโครงการขนาดใหญ่ที่ค้างรอบอร์ดอนุมัติ 4.9 แสนล้านบาท
สาเหตุหลักมาจากการที่บอร์ดบีโอไอชุดเดิมหมดวาระลงตั้งแต่สิ้นเดือน ก.ย. 2556 และยังไม่มีการตั้งบอร์ดชุดใหม่ขึ้นมา เนื่องจากมีการยุบสภาไปก่อน
สำหรับคณะกรรมการชุดเดิมที่หมดวาระลง ประกอบด้วย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ในฐานะประธานกรรมการ นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม อดีตปลัดคลัง นางวัชรี วิมุกตายน ปลัดพาณิชย์ นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดอุตสาหกรรม นายอาคมเติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กรรมการ นายชาติศิริ โสภณพนิช ประธานสมาคมธนาคารไทย นายสาคร สุขศรีวงศ์ นายสมพล เกียรติไพบูลย์ และนายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เป็นเลขาธิการ
ทั้งนี้ เบื้องต้นบีโอไอได้ขอความเห็นไปยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกฯ ให้พิจารณาตั้งบอร์ดชุดใหม่ขึ้น แต่ก็ยังเป็นที่ถกเถียงว่ารักษาการนายกฯ มีอำนาจแต่งตั้งได้หรือไม่ โดยเฉพาะในสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในปัจจุบัน จึงอาจจะต้องหารือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อน
โครงการที่รออยู่จึงอาจจะต้องรอยืดเยื้อไปตามสถานการณ์การเมือง







