
กองหุ้นปี"56 เงินเข้า 1.4แสนล.อู้ฟู่สวนทางผลตอบแทนหด
นอกจากมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (เอ็นเอวี) จะทะลุ 3 ล้านล้านบาทแล้ว ปี 2556 ยังเป็นปีที่น่าตื่นเต้นสำหรับอุตสาหกรรมกองทุนรวม โดยเฉพาะกองทุนหุ้นที่โกยเม็ดเงินใหม่เข้ามาได้เป็นกอบเป็นกำ
นอกจากมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (เอ็นเอวี) จะทะลุ 3 ล้านล้านบาทแล้ว ปี 2556 ยังเป็นปีที่น่าตื่นเต้นสำหรับอุตสาหกรรมกองทุนรวม โดยเฉพาะกองทุนหุ้นที่โกยเม็ดเงินใหม่เข้ามาได้เป็นกอบเป็นกำ
บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ซ (ประเทศไทย) ประเมินว่า ในปี 2556 กองทุนหุ้นทุกประเภทมีเม็ดเงินใหม่เข้ามาลงทุนทั้งสิ้น 1.4 แสนล้านบาท แบ่งเป็น
กองทุนหุ้นทั่วไป 5 หมื่นล้านบาท
กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) 2.17 หมื่นล้านบาท
กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เฉพาะที่มีนโยบายลงทุนหุ้น 1.2 หมื่นล้านบาท
กองทุนที่กำหนดเป้าหมายผลตอบแทน หรือ ทริกเกอร์ฟันด์ 5.5 หมื่นล้านบาท
“กองทุน LTF และ RMF เรียกได้ว่า โดดเด่นกว่าทุกปีโดยเฉพาะเงินลงทุนที่ไหลเข้ามาถือว่า ทำสถิติใหม่กันทั้งคู่เลยทีเดียว โดยในปีที่ผ่านมา LTF มีเงินไหลเข้าสุทธิกว่า 2.17 หมื่นล้านบาท ขณะที่ RMF ก็ไม่น้อยหน้ามีเงินไหลเข้าสุทธิกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท โดยเริ่มเห็นการเติบโตที่ชัดเจน RMF ที่เน้นลงทุนในหุ้น ซึ่งทำให้สัดส่วนของ RMF ที่ลงทุนในตราสารหนี้และหุ้นแทบไม่ต่างกันแล้ว” บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ ระบุ
พร้อมกันนี้ บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ ยังพบอีกว่า แม้ว่า นักลงทุนส่วนใหญ่ยังนิยมลงทุนในกองทุน LTF และ RMF ในช่วงท้ายของปี แต่ปีนี้พฤติกรรมการลงทุนในกองทุนทั้ง 2 ประเภทนี้เริ่มเปลี่ยนไป โดยนักลงทุนเริ่มจับจังหวะตลาดหุ้น และทยอยลงทุนระหว่างปีมากขึ้น
นอกจากเม็ดเงินใหม่ที่ทะลักเข้ามาลงทุนในกองทุนหุ้นแล้ว กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นน้องใหม่ในอุตสาหกรรมกองทุนสามารถระดมเงินได้มากกว่า 1.2 แสนล้านบาท
ในขณะที่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อนุญาตให้จดทะเบียนเปิดกองทุนได้เป็นปีสุดท้ายนั้น มีกองทุนใหม่เกิดขึ้น 7 กองทุน มูลค่าทรัพย์สินสุทธิกว่า 9 หมื่นล้านบาท
เช่นเดียวกับทริกเกอร์ฟันด์ที่สร้างสถิติใหม่ โดยปี 2556 มีกองทุนออกมามากถึง 90 กองทุน เอ็นเอวี ณ 27 ธ.ค. 2556 อยู่ที่ 6.3 หมื่นล้านบาท ซึ่ง 80% ของทริกเกอร์ฟันด์ที่ออกขายปีที่แล้ว มีนโยบายลงทุนในหุ้นไทย
“แต่ต้องยอมรับว่า ทริกเกอร์ฟันด์กว่า 70% ไม่สามารถทำผลตอบแทนได้ตามเป้าหมายขาดทุนกันมากมาย โดยผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ 10-15% ขณะที่ทริกเกอร์ฟันด์อีก 30% สามารถทำผลตอบแทนได้ตามเป้าหมาย โดยมีผลตอบแทนประมาณ 810% ซึ่งส่วนใหญ่จะเปิดตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรกของปีและปิดได้ภายในครึ่งปีแรกของปี” บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ ระบุ
ไม่เฉพาะทริกเกอร์ฟันด์เท่านั้นที่ผลตอบแทนไม่ดี เพราะผลดำเนินงานในปี 2556 ของกองทุนหุ้นทั่วไปก็ติดลบด้วยเช่นกัน โดยกองทุนที่มีนโยบายลงทุนหุ้นขนาดใหญ่ ติดลบเฉลี่ย 3.12% และกลุ่มหุ้นขนาดกลางและเล็ก ติดลบ 4.36%
ต่างจากกองทุนที่มีนโยบายลงทุนหุ้นทั่วโลกที่ทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้สูงถึง 24.93% ซึ่งก็สอดคล้องกับผลตอบแทนของดัชนีในกลุ่มดังกล่าว
บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ บอกว่า “ปีที่แล้วต้องยกให้เป็นปีของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยเฉพาะยุโรปและอเมริกา แต่แชมป์ คือ ญี่ปุ่น โดยดัชนี Nikkei 225 ทำผลตอบแทนได้ถึง 56.72% ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยต้องเรียกว่า เป็นนางฟ้าตกสวรรค์อย่างแท้จริงด้วยผลตอบแทนติดลบ 6.7%”







