
โอกาสในวิกฤต
การชัตดาวน์ กทม.ของ กปปส. ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา และมีวี่แววว่าจะลากนานไปอีกหลายเดือน เนื่องจากรัฐบาลรักษาการยังเดินหน้าให้มีการเลือกตั้ง ทั้งที่มีการคัดค้านจากหลายกลุ่ม
การชัตดาวน์ กทม.ของ กปปส. ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา และมีวี่แววว่าจะลากนานไปอีกหลายเดือน เนื่องจากรัฐบาลรักษาการยังเดินหน้าให้มีการเลือกตั้ง ทั้งที่มีการคัดค้านจากหลายกลุ่ม
มาตรการปิด กทม.ที่ กปปส.เอามาใช้คือ การนำมวลชนปิดล้อมหน่วยงานราชการ เพื่อไม่ให้ข้าราชการทำงานได้ ทำให้ประเทศหยุดชะงัก สะท้อนความล้มเหลวของรัฐบาลรักษาการที่ไม่สามารถทำงานได้อีกแล้ว
สิ่งที่เกิดขึ้นนี้จะทำให้เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ไม่ได้เสียหายร้ายแรงจนทำให้เกิดเศรษฐกิจชะงักงันในทันที เอกชน และธนาคารพาณิชย์ยังทำงานได้ สะท้อนว่าภาคการค้าและภาคการเงิน ยังเดินหน้าทำงานต่อไปได้ แม้จะไม่สมบูรณ์เหมือนเดิมแต่ก็ดีกว่าหยุดชะงัก
การปิด กทม.ของกลุ่มผู้ชุมนุมขับไล่รัฐบาล ที่มีจำนวนมากครั้งหนึ่งที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ ถือว่าเป็นวิกฤตทางการเมืองครั้งสำคัญของประเทศ ให้บทเรียนและประสบการณ์แก่คนไทยได้ทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง
ทางด้านเศรษฐกิจนั้น ประเทศไทยได้บทเรียนว่า ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศ ยังไม่เพียงพอที่จะรองรับการค้าการลงทุนที่จะขยายตัวในอนาคตเมื่อการรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เริ่มต้นในปี 2558 โดยเฉพาะด้านระบบเทคโนโลยีและสารสนเทศ (ไอที) ที่จะต้องดีกว่านี้ มั่นคงกว่านี้ และเสถียรกว่านี้
ในการจัดอันดับดัชนีชี้วัดความพร้อมใช้ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในการพัฒนาและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจ (เอ็นอาร์ไอ) ซึ่งจัดทำขึ้นโดยเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม (World Economic Forum : WEF) ได้ศึกษาวิจัยใน 142 ประเทศ พบว่า ประเทศไทยตกชั้นจากอันดับ 34 ของโลกในปี 2554 มาอยู่ที่อันดับ 74 ในปี 2556 สะท้อนความล้าหลังของไอซีทีไทยได้เป็นอย่างดี
หากไทยต้องการดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนในไทย สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึง การกระจายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ให้ครอบคลุมประชากรทั่วประเทศควรจะพัฒนาไปเป็นใยแก้วให้หมดได้แล้ว การลงทุนอาจจะสูงรัฐบาลจะดำเนินการผ่าน บริษัท ทีโอที หรือ บริษัท กสท โทรคมนาคม ก็ได้ แม้กระทรวงไอซีทีจะมีแผนแม่บท แต่ก็ยังไม่เห็นมีการเร่งดำเนินการเต็มรูปแบบ
การลงทุนของรัฐบาลยังเน้นไปในเรื่องของรถไฟฟ้า ที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะใช้งานคุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนหรือไม่ แต่ในเรื่องของการลงทุนพัฒนาไอที เป็นสิ่งที่ทำแล้วเห็นชัดเจนว่าผลที่เกิดขึ้นจะพัฒนาระบบการสื่อสารโทรคมนาคมอย่างไร ถึงเวลานี้แล้วควรจะเรียงลำดับความสำคัญของการลงทุนว่าควรทำอะไรก่อนและหลัง







