posttoday
ปชป.เริ่มปฏิรูปเป็นรูปธรรม?

ปชป.เริ่มปฏิรูปเป็นรูปธรรม?

15 มกราคม 2557

ท่ามกลางเสียงสบประมาทเรื่องการปฏิรูปพรรค ประชาธิปัตย์ได้ทำป้ายสวัสดีปีใหม่ด้วยข้อความ “ขจัดคอร์รัปชั่น มุ่งมั่นปฏิรูป”

ท่ามกลางเสียงสบประมาทเรื่องการปฏิรูปพรรค ประชาธิปัตย์ได้ทำป้ายสวัสดีปีใหม่ด้วยข้อความ “ขจัดคอร์รัปชั่น มุ่งมั่นปฏิรูป”

สัปดาห์ที่แล้วมีการเริ่มเปิดตัว “พิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศไทย” ที่จะครอบคลุมทุกมิติของปัญหาพื้นฐาน “การเมืองทุจริต เศรษฐกิจเหลื่อมล้ำ สังคมไม่เป็นธรรม”

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ระบุว่า ต้องมีการปฏิรูป 7 ด้าน ได้แก่ ขจัดการทุจริตคอร์รัปชั่น การเลือกตั้งที่เป็นธรรม ปฏิรูปราชการและกระจายอำนาจ ปฏิรูปเศรษฐกิจลดความเหลื่อมล้ำ ปฏิรูปตำรวจและแก้ปัญหาในกระบวนการยุติธรรม ปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปสื่อ

แทนที่จะถกเถียงกันว่าจะใช้สภาประชาชนหรือองค์กรอะไร ปชป.ได้มุ่งไปสู่เนื้อหาสาระของการปฏิรูป เพื่อให้เห็นว่าเกี่ยวข้องกับใคร และควรมีกระบวนการอย่างไร

มีการสังเคราะห์ข้อเสนอต่างๆ ที่หลายภาคส่วนได้ทำการศึกษาแล้ว บางอย่างต่อยอดสิ่งที่ ปชป.ได้ริเริ่มผลักดัน และจะมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นประชาชน ก่อนร่างกฎหมายเป็นกติกาใหม่ของสังคมให้พร้อมเมื่อมีการเปิดสภาครั้งต่อไป ไม่ว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.หรือไม่

นายอภิสิทธิ์ ได้นำเสนอการขจัดการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องแรก เพราะเป็นเสมือน “หลุมดำ” เป็นต้นทุนกว่าปีละ 3 แสนล้านบาท ที่ทำให้คนไทยเสียโอกาสมากมาย เพราะเงินนั้นสามารถสร้างโรงพยาบาล 200 เตียงได้ถึง 177 แห่ง หรือยกเครื่องระบบรถไฟรางคู่ได้ทั้งหมด เป็นต้น

คอร์รัปชั่นเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนทำธุรกิจอันดับ 1 จากการวิจัยของ World Economic Forum ในขณะที่การลงทุนทั่วโลกไหลเข้ามาสู่อาเซียนเพิ่มขึ้นถึง 30% แต่ประเทศไทยรับการลงทุนลดลง 24%

ต่อการทุจริตคอร์รัปชั่น 6 แนว คือ ทุจริตเชิงนโยบาย ปล้นทรัพยากรของแผ่นดิน ซื้อความได้เปรียบ การฮั้ว ซื้อความสะดวก และซื้อผิดเป็นถูก ปชป.จะใช้ 20 มาตรการ แบ่งออกเป็น 4 ด้าน

1.ป้องกัน

พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ จะแก้ปัญหาการ “ซื้อความสะดวก” เมื่อมีกรอบเวลาและหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ไม่ปล่อยให้เป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่

ยกระดับระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างขึ้นมาเป็นกฎหมายและแก้ปัญหา เช่น ทำให้ราคากลางสะท้อนต้นทุนที่เป็นธรรม มีการคำนวณที่เปิดเผยและตรวจสอบได้ เพื่อไม่ให้ใครได้ประโยชน์แม้มีการฮั้ว เพิ่มหลักเกณฑ์สำหรับบริการที่จับต้องไม่ได้ อาทิ การจ้างที่ปรึกษา บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) การจัดงาน (Event Organiser) เพิ่มการแข่งขันลดการกีดกัน

ลดการใช้ดุลพินิจ และเพิ่มการตรวจสอบงบกลาง งบเงินอุดหนุน และเงินกองสลาก

ลดขนาดรัฐ ประเทศต่างๆ ที่ปฏิรูประบบราชการจะลดบทบาทของรัฐโดยรวม เรื่องไหนที่รัฐไม่จำเป็นต้องทำ ต้องเกี่ยวหรือให้อนุญาต ก็ตัดออกไป เป็นการลดช่องทางในการทุจริตคอร์รัปชั่น

ควบคุมการโฆษณาของรัฐ เช่น ป้ายที่ดาษดื่นถนน แต่ไม่เกิดประโยชน์กับส่วนรวม หรือโครงการประชาสัมพันธ์ที่จ้างเหมาสื่อ ซึ่งนอกจากจะรั่วไหลแล้วยังทำให้สื่อเสียความเป็นอิสระด้วย

ห้ามเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม ทั้งตำรวจและอัยการเป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจ

ประเมินความเสี่ยงด้านคอร์รัปชั่น สำหรับนโยบายหรือโครงการใหญ่ๆ โดยให้มีเขี้ยวเล็บมากขึ้น เช่น การทุจริตไม่ว่าจะในระดับใด ต้องถือว่า ครม.รับผิดชอบด้วยหาก ป.ป.ช.ท้วงแล้วยังทำ

2.ปราบปราม

แก้กฎหมายปราบปรามทุจริต อาทิ ประชาชนเป็นผู้เสียหายฟ้องร้องได้ คดีไม่มีอายุความ รัฐบาลอภิสิทธิ์เคยเสนอกฎหมายนี้ไว้ก่อนยุบสภา แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่รับรองเลยตกไป กระบวนการรวดเร็ว โทษหนักไม่รอลงอาญา มีมาตรการคุ้มครองพยาน

ปรับปรุงกฎหมายให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล (UNCAC, UNODC, OECD)

เพิ่มอำนาจ ป.ป.ช. ในการสืบสวน

เพิ่มบทบาท สตง. และผู้ตรวจการแผ่นดิน

ตรวจสอบภาษีย้อนหลังนักการเมืองและผู้บริหารระดับสูงของราชการและรัฐวิสาหกิจ เพื่อดูว่าทรัพย์สินที่มีอยู่สมเหตุสมผลหรือไม่

3.โปร่งใส

ให้มีข้อตกลงคุณธรรมในการจัดซื้อจัดจ้าง เน้นความโปร่งใสในกระบวนการ ให้มีผู้สังเกตการณ์ที่เป็นอิสระ

เพิ่มมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีงบรวมกว่า 1.5 เท่าของงบประมาณแผ่นดิน แต่ยังไม่มีมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลแบบเดียวกับทางราชการ หรือเอกชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และทำให้กฎหมายการแข่งขันทางการค้าครอบคลุมบริษัทที่เป็นรัฐวิสาหกิจด้วย

แก้ไขกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการ อาทิ การเข้าถึง ประเภทของข้อมูล ข้อยกเว้น และให้ความคุ้มครองกรณีการเปิดเผยเพื่อประโยชน์สาธารณะที่อาจจะผิดกฎหมายบางอย่าง

เพิ่มความเข้มข้นในการเปิดเผยข้อมูลทรัพย์สินให้ครอบคลุมผู้บริหารรัฐวิสาหกิจและขยายกลุ่มข้าราชการ ทั้งเปิดเผยผลประโยชน์ทางธุรกิจ เพื่อให้สังคมรับรู้และเพ่งเล็ง หากมีความเกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่

4.ปลุกจิตสำนึก

หลักสูตรโตไปไม่โกง ที่ริเริ่มและดำเนินการแล้วใน กทม. แต่โรงเรียนของกระทรวงศึกษายังไม่รับ

สนับสนุนการวิจัยการทุจริตคอร์รัปชั่นในเชิงลึก เพื่อให้แก้ปัญหาได้ถูกจุด

จัดตั้งหน่วยงานเฝ้าระวังการคอร์รัปชั่น โดยเป็นสถาบันการศึกษา หรือ NGO

จัดตั้งกองทุนสนับสนุนการต่อต้านคอร์รัปชั่น อาจอยู่ในรูปแบบคล้ายๆ สสส. เพื่อสนับสนุนบทบาทขององค์กรภาคประชาชน

เหล่านี้จะเป็นเพียง “ดีแต่พูด” อย่างที่ฝ่ายตรงข้ามและ “ฝ่ายประชด” มักกล่าวหาประชาธิปัตย์ หรือจะเป็นการเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม คงต้องจับตาดูกันต่อไป

หากเดินหน้าจริง แม้จะเป็นเพียงร่างกฎหมายรอการเข้าสภาเพื่อปฏิรูปประเทศ ก็อาจเป็นสัญญาณว่าพรรคการเมืองเก่าแก่นี้ได้เริ่มปฏิรูปตัวเองอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท