
สินค้า"ดาวรุ่ง"
ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่เป็นปัจจัยลบต่อเศรษฐกิจในประเทศ เช่น การบริโภค การลงทุนเอกชน การลงทุนภาครัฐ และการท่องเที่ยว แต่เศรษฐกิจโลกปีนี้ที่ขยายตัวดีขึ้น ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจคู่ค้าหลัก 14 ประเทศจะขยายตัว 3.8% จากปีที่แล้วที่จะขยายตัว 3.3%
ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่เป็นปัจจัยลบต่อเศรษฐกิจในประเทศ เช่น การบริโภค การลงทุนเอกชน การลงทุนภาครัฐ และการท่องเที่ยว แต่เศรษฐกิจโลกปีนี้ที่ขยายตัวดีขึ้น ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจคู่ค้าหลัก 14 ประเทศจะขยายตัว 3.8% จากปีที่แล้วที่จะขยายตัว 3.3%
สำนักยุทธศาสตร์การค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ วิเคราะห์ทิศทางการส่งออกในภาพรวม โดยประเมินว่าการส่งออกปี 2557 มีแนวโน้มสดใสและจะขยายตัวในอัตรา 5% กลุ่มธุรกิจส่งออกหลักๆ 4 กลุ่ม ที่ส่งออกไปยังตลาดสหรัฐ ยุโรป จีน อาเซียน 9 ประเทศ และญี่ปุ่น
ประกอบด้วย 1.กลุ่มสินค้าเกษตร ที่คาดว่าจะฟื้นตัวดีขึ้นจากที่หดตัวในปี 2556 ได้แก่ กุ้ง ไก่ 2.กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์การเกษตร เช่น ข้าว ยางพารา และน้ำตาล ที่จะปรับตัวดีขึ้นตามตลาดโลก 3.กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะฟื้นตัวตามภาวะตลาดโลก เช่น วัสดุก่อสร้าง เคมีภัณฑ์ อัญมณีและเครื่องประดับ
4.กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมที่มีแผนขยายกำลังการผลิตเพื่อส่งออก อาทิ ยานยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ กลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มสินค้าแฟชั่นและสิ่งทอ เป็นต้น
เมื่อพิจารณาถึงตลาดส่งออกเป็นรายประเทศ ประเมินว่า ปีนี้การส่งออกไปสหรัฐจะขยายตัว 3% จากเศรษฐกิจที่คาดว่าจะขยายตัว 2.6% เศรษฐกิจสหรัฐ โดยเฉพาะการใช้จ่ายครัวเรือนและการลงทุนเอกชนที่เพิ่มขึ้นจะทำให้สหรัฐต้องการนำเข้าเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้สินค้าไทยที่จะส่งออกไปสหรัฐได้ดี เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และชิ้นส่วน โทรทัศน์ เครื่องจักรกล แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องนุ่งห่ม และอาหารแปรรูปที่ทำจากปลา
นอกจากนี้ มีการคาดการณ์ว่าภาคการก่อสร้างของสหรัฐจะขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะโครงการภาครัฐ จึงเป็นสัญญาณที่ดีต่ออุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างของไทย เช่น เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์
สำหรับเศรษฐกิจกลุ่มยูโรโซน 15 ประเทศ คาดว่า การส่งออกจะขยายตัวได้ 3% จากเศรษฐกิจรวมที่จะขยายตัว 1% เพราะกลุ่มยูโรโซน (อียู) จะยังใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเพิ่มเติม ส่วนค่าเงินยูโรที่อ่อนค่าลงและทำให้การส่งออกของกลุ่มยูโรฟื้นตัว
การฟื้นตัวของกลุ่มอียูจะส่งผลดีต่อการส่งออกของไทยไปตลาดเยอรมนี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร สินค้าที่มีศักยภาพคือ อะไหล่ ชิ้นส่วนยานยนต์ สินค้าอาหาร เครื่องปรุงรส อาหารสำเร็จรูป ผัก ผลไม้ อาหารทะเล ฮาลาล เครื่องประดับเงิน ปรับอากาศ ผลิตภัณฑ์ยาง และผลิตภัณฑ์ที่สนองต่อกลุ่มผู้สูงอายุ
ขณะที่การส่งออกสินค้าไปตลาดญี่ปุ่นปีนี้ คาดว่า จะขยายตัว 2% จากเศรษฐกิจที่ขยายตัว 1.2% จากอุปสงค์ในญี่ปุ่นที่ขยายตัวดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการลงทุนเอกชนญี่ปุ่นที่ขยายตัวสะท้อนจากยอดสั่งซื้อเครื่องจักรและการก่อสร้างที่ขยายตัวดีขึ้น และปี 2563 ญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพจัดงานโอลิมปิก
สินค้าไทยที่จะส่งออกไปตลาดญี่ปุ่นดีขึ้น ได้แก่ สินค้าขั้นกลางและวัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ อะลูมิเนียม ดีบุก ทองแดง ชิ้นส่วนยานยนต์ และการที่ญี่ปุ่นเปิดตลาดนำเข้าไก่สดจากไทยตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค. 2556 คาดว่าปีนี้ไทยจะส่งออกไก่สดและไก่แปรรูปไปญี่ปุ่นอย่างน้อย 5 แสนตัน คิดเป็นเงิน 78 หมื่นล้านบาท
ขณะที่การส่งออกของไทยไปตลาดจีนคาดว่าน่าจะขยายตัว 3% จากเศรษฐกิจจีนที่ขยายตัว 7.3% สินค้าหลักๆ ที่ไทยส่งออกไปจีน เช่น คอมพิวเตอร์และชิ้นส่วน ยางพารา พลาสติก และเคมีภัณฑ์ ซึ่งคิดเป็น 50% ของมูลค่าสินค้าส่งออกไปจีน
ตลาดอาเซียนจะขยายตัวได้ 8% จากเศรษฐกิจรวมที่ขยายตัว 5.1% ซึ่งสินค้าไทยที่จะส่งออกไปอาเซียนได้ดีขึ้น ได้แก่ อาหารสำเร็จรูป ผลไม้สด รถยนต์ อุปกรณ์และชิ้นส่วน น้ำมันสำเร็จรูป สินค้าขั้นกลางที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตและวัสดุก่อสร้างที่ส่งออกไปในกลุ่มประเทศ CLMV
สำนักยุทธศาสตร์การค้า ระบุว่า ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงจะทำให้ธุรกิจไทยได้รับประโยชน์ เช่น ธุรกิจส่งออกที่ใช้ปัจจัยการผลิตในประเทศ อาทิ สินค้าเกษตรและอาหาร อัญมณีและวัตถุดิบ กลุ่มสินค้าแฟชั่น และธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยวและสุขภาพ
อย่างไรก็ตาม ในภาวะที่ตลาดโลกแข่งขันสูง ความต้องการสินค้ามีความหลากหลาย กระทรวงพาณิชย์เตรียม 8 ยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมการส่งออกสินค้า ได้แก่ 1.สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้า สร้างแบรนด์ 2.ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยเป็นเทรดเดอร์ 3.พัฒนาเอสเอ็มอีไทยไปดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ
4.ขยายการค้าในกลุ่มประเทศอาเซียน และส่งเสริมการใช้ประโยชน์เอฟทีเอ 5.พัฒนาสินค้าและบริการเป็นกลุ่มอย่างครบวงจร 6.สร้างภาพลักษณ์ประเทศในฐานะผู้ส่งออกสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ 7.ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากการค้าสมัยใหม่ และ8.จัดกิจกรรมส่งเสริมอาหารและร้านอาหารไทย







